Friday, May 1, 2026

13. สอนภาษาไทยฝรั่ง: วันภาษา

 13.  วันภาษา


  

     บริเวณที่ตั้งของสถาบันภาษาอยู่บนเนินเขา จากที่นี่มองลงไปจะเห็นอ่าวมอนทเรย์ แต่ละวันภาพที่เห็นจะแตกต่างกันไป แล้วแต่อากาศ หากมีหมอก ก็จะดูสลัวเหมือนเมืองในหมอก แต่ถ้าเป็นวันอากาศสดใส ท้องฟ้าสีคราม น้ำสีฟ้า ตัดกับเรือใบสีขาวจอดเรียงราย หรือแล่นออกตามอ่าว

    นอกจากจะเป็นจุดชมวิวแล้ว ตัวตึกหรืออาคารของสถาบันก็ไม่มีอะไรพิเศษหรือน่าดู ตึกใหม่หน่อย ก็แค่สองชั้น สูงสุดแค่สี่ชั้น แถวนี้เป็นเขตแผ่นดินไหว ต้องระวังไว้ก่อน  อาคารส่วนใหญ่เป็นอาคารไม้เก่าๆสร้างตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่มีการทุบทิ้งเพราะกลายเป็นอาคารประวัติศาตร์ที่ต้องอนุรักษ์กันไปแล้ว และต้องซ่อมบ่อยๆ

    ดูอาคารภายนอกเป็นอาคารไม้เก่าๆก็จริง แต่ข้างใน เป็นห้องเรียนมีอุปกรณ์ทันสมัย ติดตั้งคอมพิวเตอร์ มีอินเทอร์เน็ต เครื่องพิมพ์ และกระดานขาวที่เป็นใช้เขียน ใช้เป็นจอได้ ที่เรียกว่า สมาร์ทบอร์ด ฉายภาพจากคอมพิวเตอร์ วีดีโอ ซีดี  เล่นเสียง อัดเสียงได้ ห้องเรียนเลยติดป้ายเรียก ว่า สมาร์ทคลาสรูม

    หากวันไหนแดดจ้า แสงแดดส่อง ป้ายกลายเป็นสะท้อนบนฝาผนัง ส่วนหนึ่งเป็นเงามืด  ทำให้มีปรากฎการณ์แสบทรวงบนฝาผนังที่ให้ทั้งครูและนักเรียคิกคักกันเล่น  คือ แทนที่จะเป็น Smart Classroom ห้องเรียนทันสมัย กลับเห็นเป็น Smart assroom ให้คิกคักกันเล่น  ass เป็นแปลว่า ลาโง่ หรือ ไอ้งั่ง  ถ้าเป็นสแลงก็แปลว่า ก้นหรือตูด ถ้าเรียก ใครว่า smart ass มีความหมายคล้ายๆกับไอ้หอกอวดรู้

    ภายในสถาบัน บริเวณหนึ่ง มีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทหารเล็กๆที่เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชมฟรี นอกจากนั้น บริเวณสถาบันไม่ได้เปิดให้ผู้คนหรือนักท่องเที่ยวเข้าไปเพ่นพ่านเหมือนมหาวิทยาลัยทั่วไป ยิ่งหลัง 911 ยิ่งเข้มงวดการเข้า ประตูสี่แห่งที่เคยเปิดให้การสัญจรไปมาปิด เหลือแค่ประตูเดียว มียามตรวจตรา ใครจะเข้าต้องมีบัตรอนุญาต หากคนนอกมีธุระ ต้องขออนุญาตเป็นพิเศษ

    ปีละครั้ง ตอนเดือนพฤษภาคม เป็นวันภาษา วันนี้ สถาบันจะเปิดโอกาส ให้ครูนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมต่างๆ ใกล้ไกลในรัฐ มาชมนิทรรศการทางภาษาและวัฒนธรรมต่างๆ แต่ละภาษาตกแต่งห้องให้มีบรรยากาศเหมือนกับประเทศนั้น ต่างก็ขนข้าวของเสื้อผ้า รูปไปแสดง พร้อมทั้งมีดนตรีประกอบ เสมือนเป็นโลกใบเล็กๆที่เด็กนักเรียนได้เห็นตัวอย่าง นักเรียนแต่ละคนจะได้รับแจกหนังสือเล่มเล็กๆเป็นหนังสือเดินทาง ซึ่งจะให้นักเรียนแต่ละห้องที่กำลังเรียนภาษานั้นๆเขียนชื่อ นามสกุลนักเรียนเป็นภาษาต่างๆเวลาไปเยือน

    นอกจากจะได้ชมห้องนิทรรศการภาษาวัฒนธรรมแล้ว นักเรียนจะมีโอกาสลองนั่งเรียนภาษาต่างๆประมาณยี่สิบหรือสามสิบนาที เป็นการชิมลาง แต่ละคนจะได้คำทักทาย ขอบคุณ ขอโทษ หรือนับ หนึ่งถึงสิบ บางครั้ง ได้เรียนรู้เรื่องราวของแต่ละประเทศพอหอมปากหอมคอ

    วันภาษานี้ จึงเป็นโอกาสโฆษณาให้ทางทหารโฆษณ่เชิญชวนให้นักเรียนรุ่นกระทงมาสนใจเข้าสมัครเป็นทหารในอนาคตด้วย

    ภายนอกที่สนามหญ้า มีการออกร้านขายอาหารของแต่ละชาติ ทั้งครูทั้งนักเรียน ทำหน้าที่เป็นพ่อค้า แม่ค้าอย่างขมีขมัน แผนกภาษาไทยไปเปิดร้านด้วยเกือบทุกปี อาหารที่ขายยอดฮิท มักจะเป็นข้าวผัด ผัดไทย ข้าวเหนียว ไก่ย่าง อะไรที่ย่างๆ มักหอมฉุยเรียกน้ำย่อย นอกจากนั้น มีน้ำขวด ที่ยอดฮิทดูจะไม่พ้นข้าวเหนียว ไม่ทราบว่า คนซื้อไปหัดกินมาตั้งแต่ไหน เมื่อไร

    บางครั้งบางคราว ครูหัวใสจัดให้มีโปรโมชั่น ตอนนักเรียนเข้าไปเรียนภาษา มีการแข่งขันตอบคำถามเกี่ยวกับเมืองไทย ใครชนะ ได้คูปองไปรับอาหารไทยฟรี ทำให้ร้านอาหารไทยคึกคัก เพราะคนได้รับรางวัลตื่นเต้นเลยโฆษณาต่อๆกัน  ร้านอื่นหัวไม่ใส คิดไม่ทัน
   
     ที่เวทีกลางแจ้ง มีการแสดงต่างๆจากแผนกภาษาและประเทศต่างๆ ครูเป็นคนฝึกซ้อม 
 นักเรียนเป็นผู้แสดง แผนกภาษาไทยมีร่วมด้วยเสมอ บางปีมีการแสดงศิลปะมวยไทย เพราะมีนักเรียนบางคนเคยหัดและเป็นอยู่แล้ว  

    มีอยู่ปีหนึ่ง มีการจัดแสดงการแต่งกายประจำชาติ เนื่องจากมีนักเรียนหญิงหลายคนบวกภรรยาลูกๆ ทางแผนกภาษาไทยเลยไปยืมชุดจากวัดไทยแถวซานโฮเซ่และซานฟรานซิสโกหรือที่เรียกกันว่า เบย์แอเรีย ได้ชุดประจำชาติผู้หญิงมาหลายชุด ลืมไปว่า ชุดเหล่านั้นเพื่อสาวไทยโดยเฉพาะ  พอจะให้สาวฝรั่ง หรือสาวเอเซียที่เกิดหรือโตที่นี่ ชักมีปัญหา เพราะแต่ละคนออกจะเบอะบะบางชุดที่เคยมองเห็นภาพแต่แรกว่า แต่งออกมาคงจะเหมือนเป็นนางรจนา โสภาเพียงนางในสวรรค์ เอาเข้าจริงๆ นักเรียนตัวยังกะตึก แต่งเข้า กลับกลายไปเหมือนนางพันธุรัตเสียนี่ แต่ไม่เป็นไร ยังมีผ้าสไบหรือผ้านุ่งไม่จำกัดขนาด สาวๆเลยสนุกลองกันใหญ่ ใส่ได้ทีแล้ว ทันทีที่ได้ยินเพลงไทยประกอบไปด้วยเท่านั้นแหละ แต่ละคนยิ่งกว่า แม่ศรีเข้าทรง กรายนิ้ว กระดกก้น ควักกะปิกันตามๆ ตั้งแต่ครูไม่ทันได้สอน

    ส่วนใหญ่ การแสดงเวทีที่แผนกภาษาไทยส่งไปร่วม มักเป็นการรำกลองยาวเพราะสนุก ครึกครื้น เร้าใจ เหมาะนักเนื่องจากมีนักเรียนชายหลายคน ผู้ฝึกซ้อม ต้องยกให้ครูมหาจำเริญคนเก่ง ทั้งยังเป็นมือกลองร่วมครึกครื้นด้วย การฝึกนั้น เริ่มจากตีกลองเป็นจังหวะ พอได้จังหวะ ก็ให้แต่ละคนวาดลวดลายฟรีสไตล์ น่าดูทีเดียว



   ครั้งหนึ่ง มีนักเรียนหญิงแค่คนเดียว ครูสาวใหญ่น้อยที่รำเป็นจำต้องไปออกลวดลาย แต่ครูที่รำเป็น ออกเวทีได้แค่สองคน มีอย่างน้อยสามคู่แล้ว นักเรียถ้าได้สี่คู่จะยิ่งดีกำลังดี ครูเลยต้องต้องเกณฑ์ให้นักเรียนหนุ่มมารำเป็นสาว

     ร้อบ เป็นหนุ่มที่ใจป้ำที่สุด อาสาฝึกซ้อม จีบนิ้ว ทอดแขน กรีดกราย หัดไป หัดไป ร้อบชักมัน

    ถึงวันจริง ต้องแต่งตัว ร้อบยิ่งสนุก ไม่เขิน ไม่กลัว เรื่องนี้ต้องนิ้วให้คือศรีภรรยาของร้อบที่ใจถึง ยอมให้สามีแต่งเป็นหญิงไทย แถมมาช่วยแต่งหน้า แต่งตาเอาดอกไม้ทัดหูให้ด้วย ผมสั้นๆเกรียนๆแบบทหาร ก็ใส่วิกเอา นุ่งผ้าถุงไปไม่ต้องห่วงขนาด แต่พอท่อนบนนี่สิ เสื้อคอตั้งที่มีคนละไม่พอกับอกสามศอก สาวคนอื่นๆใส่เสื้อ สวมสไบตัวปลิว ร้อบขอแค่ห่มสไบเป็นพอ อาผ้าขาวม้านี่แหละมาพันรอบอกเป็นสไบเสียหน่อย พ่อเจ้าประคุณก็พันเสียต่ำ ดูเซ็กซี่ที่สุด อวดขนจักกะแร้ธรรมชาติ แต่งเสร็จ เริ่ดกว่าสาวจริง ตอนเฉิดฉาย ลอยหน้า ลอยตาออกไปรำ กว่าคนดูจะรู้ว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่ง ก็เกือบจบการแสดง เลยฮือฮา ชอบใจกันยกใหญ่ การรำกลองยาวเลยสนุกกว่าใคร ร้อบเป็นดาราเด่นของการแสดง

    ไม่กี่วันต่อมา ชุดกลองยาวไทยได้รับเชิญให้แสดงงานอื่นต่อ ร้อ
บดาวเด่นไปร่วมด้วยตามคำขอ ภรรยาร้อบตามไปคอยให้กำลังใจ รวมรับหน้าที่แต่งหน้าแต่งตา ใส่วิก เอาดอกกุหลาบทัดหูให้อีกตามเคย พอแต่งตัวเสร็จ รอเวลาการแสดง ร้อบกับภรรยานั่วจู๋จี๋กัน แขกที่ผ่านไปผ่านมามองอย่างแปลกๆ คงนึกว่า ตุ๊ดคู่นี้ใจกล้าเหลือหลาบ

    ก่อนการแสดงชุดกลองยาว มีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ช่างภาพร้องบอก นับหนี่ง สอง สาม แล้วจะกริ๊กล่ะนะ ขอให้ยิ้มอย่างสยามค้างไว้ ว่าแล้ว จัดตำแหน่งการยืนเสร็จ ช่างภาพจึ่งเริ่มนับ นีง ส่อง ก่อนที่จะถึงส้้ม ร้อบเซอร์ไพรส์ทุกคนด้วยการค่อยๆถลกชายผ้าถุงขึ้นโชว์น่องและขาที่เรียวงาม ขนที่รกรุงรังตามธรรมชาติ ดูเซ็กซี่เป็นที่สุด




 👥👥👥

No comments: