Monday, April 14, 2025

Goodbye Jon

 The Memorial Clip


ปอ พี่ชายปางจัดทำคลิปวีดีโอนี้เพื่อรำลึกถึงน้องชาย . . .









                                 

Sunday, April 13, 2025

จาก ลุงหมู (มกุฎ อรฤดี)


   เด็กคนนี้ ผมเคยดูแลเขา 

ปาง เกิดที่ไอซแลนด์ แม่ของเขาป็นเพื่อนรักของผมตั้งแต่วัยเด็ก  เมื่อเขาอายุห้าหกขวบ แม่ของเด็กน้อยพาลูกสามคนเที่ยวเมืองไทย ผมยกที่นอนของผมให้เขานอน ผมกับอาจารย์ผุสดีช่วยกันทำป้ายชื่อ เขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ สถานที่ติดต่อ กลัดไว้ในกระเป๋าเสื้อเด็กทั้งสาม เวลานั้นเรา สนทนากัน ผมถามถึงอนาคต เขาตอบว่าจะเป็นพนักงานดับเพลิง เพราะจะได้ช่วยคนอื่น

 เมื่อเขาโตขึ้น เขาเป็นเด็กหนุ่มหล่อ เป็นนายแบบอยู่พักหนึ่ง

 ปางจบปริญญาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ และกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ประกอบอาชีพทนายความในซิลิคอนวัลเลย์ ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเวลา 12 ปี แต่งงานเมื่อปีที่แล้ว คืนก่อนหน้านั้น ปางเลี้ยงฉลองวันแต่งงานพร้อมกล่าวอำลาเพื่อย้ายไปอยู่ไอซแลนด์บ้านเกิด

 เขาจากโลกนี้ไปด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ขณะเดินป่ากับเพื่อนสองคนกับหมาคู่ใจ

 ปางเป็นนักอ่านตัวยง หลากหลายประเภท  กำลังเริ่มเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเดินเรือของชาวโปรตุเกสและสเปน จนกระทั่งถึงตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรปในแคลิฟอร์เนีย ได้ค้นหาข้อมูลได้มากมาย หลายเรื่องยังไม่เป็นที่ทราบกัน

 ผมตกใจมากเมื่อรู้ข่าว

ไปดีเถิด ปาง 


 มกุฎ

Facebook, March 5, 2025 







Saturday, April 12, 2025

แด่ทิพ

              


             



             หนี่งดวงแก้ว แวววับ ประดับหล้า           ถึงเวลา ฟ้าสั่ง ยังภพใหม่

        ผู้อยู่หลัง รั้งลา ด้วยอาลัย                          เพื่อนบินไป ไร้โศก สู่โลกทิพย์

        ยากเหลือล้ำ ทำใจ ให้คลายเศร้า               ความหลังเก่า หวนกลับ นับสิบสิบ

        จากคนรัก คนใกล้ คนไกลลิบ                    พากันหยิบ คัดสรร แบ่งปันดู

        ความรู้สึก ดีดี มีต่อเพื่อน                           มิลืมเลือน แม้วัน เนิ่นนานอยู่

        ถ้วนทุกหน้า ทุกร่าง ต่างก็รู้                       ทิพคือผู้ เป็นที่รัก ของทุกคน


                                  จากเพื่อนวรนารีฯ


Thursday, April 10, 2025

พี่ปาง จากพฤกษ์

                                

  นับจากวันที่รู้ข่าว ทุกวันทางนี้ก็นั่งมองเหม่อไปบนท้องฟ้า นั่งนึกถึงพี่ปาง ทุกความทรงจำ ที่ผ่านการบอกเล่าหรือได้สัมผัสด้วยตัวเอง เป็นอีกครัั้ง เดือนกุมภาพันธุ์ได้พรากคนที่เรารัก มากๆ จากไป

 ถึงจะบอกจะเตือนจิตใจตัวเองว่าทุกสิ่งคือชั่วคราว ไม่คงอยู่ตลอดไป สักวันพวกเราก็ต้องจากกัน พูดแล้วก็พลันนึกถึงทั้งเรื่องเล่า รูปภาพในห้องรับแขกบ้านสงขลา รูปภาพตรงที่วางโทรศัพท์บ้านสงขลา ยังจำได้วันที่เห็นภาพแบบพี่ปางเป็นนายแบบ โครตจะเท่ จนเป็นแบบอย่างให้เราอยากเท่ อยากหล่อแบบพี่บ้างจัง ภาพจากกล้องพ่อ เรื่องราวจากแม่ ความเอาใจใส่ดูแล พ่อกับแม่เป็นอย่างดี เมื่อครั้งได้ไปเยือนอเมริกา ก็พลันนึกถึงความสุขของช่วงเวลาที่ผ่านมา และก็ทำให้ใจเศร้าด้วยเช่นกัน

 เพราะจากนี้ สิ่งที่เคยเป็นดั่งความฝันบางอย่าง ภาพที่อยากให้เกิดขึ้น จะไม่สามารถเป็นจริงได้ ภาพที่ส่วนตัวเราฝันว่าสักวันจะไปอเมริกาและได้พบเจอกับเหล่าพี่  ทั้งสาม ป้า ลุง เสียดายที่ชีวิตนี้ไม่มีโอกาสได้พบพี่

 ขอขอบคุณสำหรับความทรงจำดี  ที่พี่มอบให้ ไม่ว่าดวงจิตของพี่ปางจะอยู่ที่ไหน น้องคนนี้จะจดจำทุกเรื่องราว ทุกคนรักและในใจพวกเราคิดถึงพี่ตลอดไป  

ขอเป็นกำลังใจให้ ครอบครัวลุงเฮลกิและป้าปิ๋ว ในช่วงเวลาที่แสนจะยากลำบากครั้งนี้ด้วย 


พฤกษ์

Facebook,  27 กุมภาพันธ์ 2025







พี่ปาง จากภูมิ

                     





Jon Jonsson

 พี่ชายคนนี้คือคนเดียวกันกับที่ผมและน้อง  เรียกว่าพี่ปาง ซึ่งเป็นคนที่หล่อระดับนายแบบจนสาว  กรี๊ด แต่เวลาพี่อยู่กับพวกเรา กลับเป็นคนที่ฮาและรั่วจนเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

 พวกเราได้เจอกับพี่ปางไม่บ่อย เพราะความที่พี่เกิดที่ประเทศไอซแลนด์ เติบโต และอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ,มาตลอด แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องราวตอนที่เจอกันเมื่อคราวเยือนเมืองไทยเมื่อ  เกือบ 20 ปีก่อน ยังคงแจ่มชัด

                         

 พี่ปางป็นคน friendly ขี้เล่น และค่อนข้างกวนโอ๊ย ดังนั้น เรื่องราวของพี่ปางในความทรงจำจึงเต็มไปด้วยวีรกรรมเรียกเสียงหัวเราะเสียส่วนใหญ่ เช่น แอบสักลายแต่ปิดผ้าพันแผลไว้แล้วอ้างว่าเป็นแผลจากแมงกะพรุนไปหาดสมิหลาแล้วพี่ปางกับพี่ปิ่น (น้องชายพี่ปางพากันจับผมอุ้มโยนลงทะเล จนกางเกงแทบหลุด (ฮา)คุยกันเรื่องสตรีทไฟเตอร์ แล้วเถียงกันเรื่องชื่อตัวละคร เวก้า ไบสัน บัลล็อค (เหตุเกิดจากเวอร์ชั่นอเมริกันสลับชื่อกันเพื่อเลี่ยงลิขสิทธิ์)ตอนที่พวกเราเล่นปืuอัดลมแล้วโดนผู้ใหญ่ดุเอา ฯลฯ แต่ละเรื่อง พอนึกขึ้นมาก็อดยิ้มไม่ได้

 นอกจากนี้ ทราบมาว่าพี่ปางเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในดาราศาสตร์ จักรวาล และดวงดาว อย่างเมื่อตอนสุริยุปราคาที่อเมริกาในปี 2024 ถึงกับลงแรงบึ่งรถมอเตอร์ไซค์คู่กายจากรัฐ California เพื่อไปชมปรากฏการณ์ท้องฟ้าครั้งนี้ที่รัฐ Texas เลยทีเดียว

 จิตวิญญาณนักผจญภัยของพี่ปางยังคงลุกโชนแรงกล้าอยู่เสมอ แม้วันสุดท้ายของชีวิต จนบางทียังสงสัยว่าทำไมพี่ถึงรีบด่วนจากไปกะทันหันเสียจริง ทั้งที่หากได้พบกัน พี่คงมีเรื่องราวสนุก  มาเล่าสู่กันฟังอีกมาก

 ดวงจิตของพี่คงดำรงอยู่  ที่ใดที่หนึ่งในเอกภพ ท่ามกลางหมู่ดาวในจักรวาลที่พี่หลงใหล เช่นเดียวกับที่อยู่ในใจพวกเรา

 หลับให้สบายนะครับพี่



ภูมิ
Facebook, 26 
กุมภาพันธ์ 2025

                       




2025 February 24

 

Jon Grímkell Jonsson (ปาง)

June 23, 1982 – February 23, 2025

ปาง Jon Grimkell Jonsson ลูกชายคนกลาง ได้ด่วนลาโลกไปแล้วอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2025 ด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน  ขณะไปเดินป่ากับเพื่อนและมอลลี่หมาคู่ใจ

ปางอายุจะครบ 43 ปี วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2025 นี้  แต่งงานจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการกับ Ann Nicole Eastabrooks เมื่อวันที่ 9  สิงหาคม2024 และเพิ่งมีโอกาสฉลองเลี้ยงงานแต่งงานเล็กๆ คืนก่อนหน้านั้นคือ วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2025 นี้  พร้อมได้กล่าวอำลาเป็นทางการเพื่อเตรียมตัวย้ายไปอยู่ไอซแลนด์

ทว่า ไปสู่สุคติแทน

ทางนี้ คงไม่มีโอกาสส่งข้อความสักระยะ แต่ทุกคนคงเข้าใจ

ขอเพียงช่วยสวดมนต์อุทิศให้ เอาใจใส่ดูแลตัวเองและรักคนรอบข้างให้มาก ทุกอย่างล้วนอนิจจัง แม้แต่ความทรงจำที่หลงเหลือ ในที่สุดก็จะเลือนหายไปเช่นกัน

จากแม่ของปาง


2512 December : ปางเยี่ยมสงขลา

 ช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๕  (2512 )  หลังจากเรียนจบกฎหมาย ปางใช้เวลาระยะสั้นๆมาเป็นนายแบบที่สิงคโปร์ และได้โอกาสมาเดี่ยวเยี่ยมยายช่วงเสาร์อาทิตย์ที่บ้านเขารูปช้าง สงขลา ในเมื่อไม่มีกล้องถ่ายรูปตอนนั้น น้าแป๋วจึงเขียนอีเมล เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ เล่าเรื่องหลานชายให้แม่ของปางได้อ่าน  

                 💝

พอได้ข่าวว่าปางจะมาเมืองไทย และมาคนเดียวด้วย ทุกคนก็ดีใจผสมกังวลเล็กว่าๆ จะพาเที่ยวไหนดี จะสนุกหรือเปล่า? ปางจะเบื่อมั้ย? เพราะที่สงขลา มีแค่คนชรา ที่ไม่ค่อยชอบเที่ยวกันแล้ว..ส่วนคนที่สาวที่สุด ก็ดันเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงซะนี่!!!

ฝ่ายแม่ของนายแบบ ก็จัดการแพลนตารางเที่ยวให้นายแบบเสร็จสรรพ เอ่อ..แบบว่าถามลูกชายก่อน ดีมั้ย?

และบอกให้น้าแป๋วจัดการเรื่องตั๋วขากลับไว้ด้วย  แล้วก็บอกให้เตรียมกล้องถ่ายรูป แต่บังเอิญ ไม่มีใครมีกล้องเลย ตัวนายแบบเองก็ไม่ได้เอามาอีกด้วย

 งานนี้น้าแป๋วเลยกะจะเล่าเรื่องแทนภาพแล้วกัน  อย่างแรกก็รีบจองตั๋วรถทัวร์ หาดใหญ่-สิงคโปร์ สำหรับวันเดินทางกลับของปาง  เลือกที่นั่งที่ดีที่สุดบนรถ ได้ที่นั่งเดี่ยว เพราะเขามีทั้งแบบที่นั่งเดี่ยว และคู่ และได้เลือกเลขที่นั่งเลขที่ 9 ที่คนรับจองบอกว่า ดีที่สุด บนรถ ราคาค่าตั๋วถูกกว่าที่อื่น แค่ 750 บาท แล้วก็ถูกกว่าไปกรุงเทพฯซะอีก

 วันไปรับนายแบบที่สนามบินตอนบ่าย 2 ของวันเสาร์ขอวันที่ 8 ธันวา น้าแป๋วไปรับกับลุงขลุก

 เมื่อถึงสนามบิน ได้เวลาเครื่อง Landing แล้ว แต่ปรากฏว่าคอยอยู่หน้า Gate ตั้งนาน ไม่เห็นนายแบบออกมาซักที  มีแต่คนหน้าตาบ้านๆออกมา ไม่เห็นมีคนหน้าดีออกมาเลย

 จนเริ่มไม่แน่ใจ เลยตัดสินขึ้นไป Office สายการบินที่ชั้น 2  ให้เขาเช็ครายชื่อผู้โดยสารเที่ยวบินนี้ ว่ามีชื่อ Jon Jonsson หรือเปล่า?

 แต่กลายเป็นว่า เราต้องโดนสอบสวนแทนว่า เป็นอะไรกับผู้โดยสาร และต้องตอบคำถามอีกฯลฯ จนเริ่มรมณ์บ่จอย จากนางเอกเริ่มกลายเป็นนางร้ายแล้ว

 เขาก็รีบจัดการเช็คให้และบอกว่ามีรายชื่อ Jon มากับเที่ยวบินนี้ด้วย

 จากนั้นก็รีบลงมาด้านล่าง  ปรากฏว่าเห็นปางเดินคุยกับลุงขลุกอยู่แล้ว พอเรียก ปางหันมา ทำหน้างงเล็กน้อย คงนึกในใจว่ายัยป้านี่เป็นใคร?

 เพราะปางเคยเห็นน้าแป๋วตั้งแต่ตอนอายุแค่ 6 ขวบเท่านั้น

 พอบอกว่า "น้าแป๋ว" ปางก็เริ่มจำได้ กอดกันเบาๆ หลานชายบอกว่า ที่ออกมาช้า เพราะอิมมิเกรชั่น ทำงานช้า มากก!! จากนั้นก็พากันขึ้นรถ ที่จอดอยู่ที่ร้านจอดรถ

 หลานชายหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวตัวเล็กกว่าในรูป

 ก่อนไปสงขลาก็แวะเอาตั๋วรถทัวร์ และ พาปางไปดู มอ. ตาม request (ของแม่นายแบบนะ ไม่ใช่ตัวนายแบบ)

 ลุงขลุกขับรถเวียนไปมาจนหลง เพราะหาคณะที่แม่นายแบบเคยสอนไม่เจอ สภาพสถานที่เปลี่ยนไปมากจนงง

 สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับสงขลาดีกว่า ดูท่าทางนายแบบเอง ก็เฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนัก

 ระหว่างทางเจอตลาดนัดแถวน้ำกระจาย ลุงขลุกเลยแวะซื้อทุเรียนบ้าน ให้หลายชายลองชิม แม่ค้าแอบมองหน้านายแบบ แล้วบอกว่า “หลอจัง”

 เมื่อมาถึงสงขลา แวะซื้อแกงมัสมั่นเมืองคอน และซื้อยา เพราะนายแบบมีอาการไอ มีเสมหะ จากนั้นกก็กลับบ้านพบกับคุณยาย ที่นั่งคอยอยู่แล้ว กอด ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ

 ที่บ้านเขารูปช้าง ทั้งคุณยาย ป้าติ๋ม เตรียม “Welcome Fruits” ไว้ ทั้งกล้วย มังคุด สับปะรด เงาะ มะละกอ ลองกองด้วย ดูท่าทางหลานชายจะชอบทุกอย่าง พอถามว่าชอบอะไรมากที่สุด ปรากฏว่าว่า นายแบบก็ลังเลอยู่แป๊บหนึ่ง แล้วบอกว่า เงาะ มะละกอ สับปะรด!

  ตอนค่ำลุงขลุกต้องไปงานศิษย์เก่า  วันนี้ก็ได้แค่ทานข้าวแกงอยู่ที่บ้านคุณยาย หลังอาหารน้าแป๋วพานายแบบออกไปเดินเล่นหน้าปากซอย ตามคำขอของนายแบบเอง

  นายแบบซื้อ Fisherman Friend  ยาสีฟันหลอดเล็กไว้ใช้ตอนเดินทาง และโลชั่นด้วย

  แต่กว่าจะหาโลชั่นได้นี่ยากนิดหน่อย เพราะโลชั่นในเมืองไทย มีแต่ไวเทนนิ่ง  แต่นายแบบต้องการแบบไม่มีไวเทนนิ่ง จนหาได้มายี่ห้อหนึ่ง

  ตอนค่ำในคืนแรกที่มาถึงบ้านเขารูปช้าง หลานชายเปิดคอมฯ ให้คุณยายดูภาพตอนไปเที่ยวไอซแลนด์กับอีก 2 หนุ่ม ปอ กับ ปิ่น และพยายามอธิบาย

 คอยถามน้าแป๋วเป็นระยะๆ ว่าคำนั้น คำนี้ ภาษาไทยเรียกว่าอะไร

  หลานชายกับคุณยายคุยกันพักใหญ่ โดยมีภาพถ่ายเป็นสื่อกลาง

 น้าแป๋วถามว่า อยากไปหาหมอฟันมั้ย? เพราะแม่ของปางอยากให้ปางไปหาหมอฟัน แต่ปางบอก "No  need"

 สักพัก น้าถกโทร.มาคุยด้วย

  วันรุ่งขึ้นวันที่  9 คุณยายทำ ขนมปังกับสังขยา กับนมให้กิน นายแบบฟาดไป 4 แผ่น หลังอาหารเช้า ลุงขลุก กับป้าติ๋มพานายแบบไปตลาดนัดวันอาทิตย์

  หลานชายกลับมาเล่าว่า ลุงขลุกซื้อน้ำมะพร้าวอ่อน ราคาแค่ลูกละ 10 บาทให้กิน “อร่อยมาก”  ที่สิงคโปร์ ราคาลูกละ 2 เหรียญ หรือประมาณ 50 บาท

 และเล่าว่ายังเคยซื้อทุเรียนที่สิงคโปร์อีกด้วยแต่แพงกว่าเมืองไทยเยอะมากด้วย

  จากนั้นลุงขลุกก็ขับรถ พานายแบบไปเวียนดูกรมหลวงชุมพรฯ  แต่ไม่รู้บอกถูกหรือเปล่าว่าเป็นใคร เห็นกลับมาบอกให้น้าแป๋วช่วยแปลให้ฟังว่า เมื่อเช้าไปดูรูปปั้นใครมา

  เอ่อ!! นายแบบจะงงมั้ย!!

  ตอนเที่ยง ป้าติ่มพาไปเลี้ยงซึฟู้ดที่เกาะยอ ก่อนอาหาร นายแบบขอกาแฟ เพราะบอกว่า เมื่อเช้าคุณยายให้ดื่มนม และนึกว่าที่บ้านไม่มีกาแฟ 

  นายแบบเอนจอยอิทติ้งมาก ซดต้มยำกุ้งอย่างอร่อย  เพิ่งรู้ว่าหลานชายกินเผ็ดได้อีกด้วย

 พอกลับมาคุณยายก็ทำข้าวเหนียวทุเรียนให้กินอีก นายแบบกินได้อีก กินได้ตลอด  ทั้งผลไม้ สับปะรด มะละกอ ด้วยความที่อยากกิน ข้าวเหนียวมะม่วง เมื่อไม่มี นายแบบเลยเกิดไอเดีย ตักข้าวหนียวเปล่าๆ  แล้วเอามากินกับมะละกอ สับปะรด แถมบอกว่า “อร่อยครับ” อีกด้วย

 ช่วงบ่ายได้ก็เล่นกีร์ต้ากับลุงขลุก ซึ่งปกติเวลานี้ จะเป็นเวลาเฝ้าพระอินทร์ช่วงบ่ายกัน  นายแบบเลยฆ่าเวลาด้วยการเล่นเน็ต อ่านหนังสือ คุยกับคุณยาย รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง  แต่คิดว่า หนักไปทางไม่รู้เรื่องมากกว่า แต่คุณยายพยายามหาอุปกรณ์มาช่วย อย่าง หาอัลบั้มรูปเก่าๆ มาให้หลานชายดู แล้วชี้ๆๆ แล้วพูดเป็นภาษาไทยออกมา ฝ่ายหลานชายก็ พยักหน้าโอเค ไปตามเรื่อง พยายามจะเข้าใจในสิ่งที่คุณยายพูด!

  ตอนเย็นลุงขลุกกับน้าแป๋ว พาหลานชายไปเดินถนนคนเดิน ซื้อขนมไทย  ให้ลองกินหลายอย่าง นายแบบกินได้ทุกอย่าง  น้าแป๋วซื้อเสื้อ สงขลา ให้ตัวหนึ่ง ไว้ใส่ตอนเดินทางกลับ

  เดินไปสักพัก นายแบบเหลือบไปเห็นเสื้อเพ้นท์ลาย “When you smile, you’re gay” อะไรทำนองนี้แหละ ให้เพื่อนที่เมกา ซื้อพลางหัวเราะพลาง

  เพราะวัยใกล้เคียงกัน เลย get มุก กัน!

  แล้วก็มาถึงวันที่ 10 ที่หลานชายจะต้องเดินทางกลับ ลุงขลุกพาหลานชายไปแต่เช้า ไปขับรถเวียนดูชาวประมง ดูเรือหางยาวแบบไทยๆ ลุงขลุกมาเล่าว่าชาวประมงก็บอกว่า “หลอจัง” เหมือนกัน

  ลุงขลุก กลับมาเล่าว่า พาหลานชายไปเดินหา ข้าวเหนียวมะม่วงกันจะทั่วตลาด แต่ไม่มีเลย มีแต่มะม่วง เพราะข้าวเหนียวมะม่วง จะมีเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น

  ขากลับก็แวะซื้อข้าวคลุกกะปิมากินกันที่บ้านคนละกล่อง แต่เห็นป้าติ๋มเล่าว่าหลานชายกินไปกล่องครึ่ง!! พอกินข้าวเสร็จเพิ่งรู้ว่า มือถือป้าติ๋ม ถ่ายรูปได้ ก็เลยถ่ายกัน 2-3 รูป

  หลังอาหารเช้า คุณยายเอาถุงขนมปังให้หลานชายไว้กินบนรถ แต่หลานชายบอกไม่ต้อง เพราะไม่อยากขนเสบียง เพราะกระเป๋าเต็มแล้ว

 พอได้เวลาเดินทาง หลายชายเข้าไปลาคุณยายที่นั่งรอส่งที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน  ลูบหน้าลูบหลังกันพักหนึ่ง แล้วคุณยายก็พูด “กู๊ดลั้ก” ได้ข่าวแอบถามป้าติ๋มไว้แล้ว

  ลุงขลุก ป้าติ่ม น้าแป๋ว ไปส่งหลานชายที่หาดใหญ่  ก็จัดการแลกเงินจากบาทเป็นริงกิต เพื่อใช้ระหว่างทาง 505 บาท แลกได้ 50 ริงกิต

  หลานชายยังเหลือเงินไทยอีก 200 บาท อยากใช้ให้หมด ก็เลยแวะไปซื้อ Fisherman Friend น้ำดื่ม และ เบียร์สิงห์ จนหมดเงินสกุลบาท

  จนได้เวลาเดินทาง ก็ถ่ายรูปจากมือถือป้าติ๋มอีก รูปสองรูป นายแบบก็ขึ้น บ๊าย บายกัน รถออกประมาณ บ่ายโมง ถึงสิงคโปร์ประมาณตี 5...

  น้าแป๋วเล่าเท่าที่นึกได้ อาจมีตกหล่อนรายละเอียดไปบ้าง

  ส่วนเรื่องรูปจากมือถือป้าติ๋ม กำลังหาทางดีงเข้าคอมฯ เพราะป้าติ่มก็ไม่ค่อยว่าง  ได้มาเมื่อไหร่ จะส่งมาให้อีกครั้ง.

  ลุงขลุก กับป้าติ๋มฝากบอกว่า อยากให้มาเที่ยวกันแบบพร้อมหน้า พร้อมตากันมากกว่า จะได้สนุกกว่านี้ เพราะมาทีละคนๆ ทั้งหลานๆจากทั้งในและต่างประเทศ หลานๆอาจเบื่อได้ เพราะไม่มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันคอยคุยด้วย และคนขับรถ คนพาเที่ยว จะได้พาเที่ยวแบบรวดเดียวเลย เพราะแต่ละคน ก็ร่วงโรยลงมากสมควร น้าแป๋วเองก็เริ่มเบื่อเรื่องเที่ยวแล้วเหมือนกัน..

  วันนี้คิมห์ โทร. มาถามว่าทำไมปางไม่ไปกรุงเทพฯด้วย อยากเจอ ทางสุพรรณฯก็อยากให้ปางไปเที่ยวเหมือนกัน น้าถก อยากให้น้องนัทฝึกภาษาอังกฤษ

 แต่เวลาแค่ 2 วัน คงไม่พอ หลานทางภาคกลางเลยบ่นเสียดายกันเป็นแถว … 

 (เล่าเพิ่มเติม)

  หลานชายบอกว่า ถ้าจะเดินทางท่องเที่ยว อยากไปเที่ยวบ้านเกิดของ พ่อ กับ แม่  Iceland กับ Thailand มากกว่าที่จะท่องเที่ยวไปแถวยุโรป

  พอแอบถามว่า ไปสิงคโปร์มา ได้เจอผู้หญิงเอเซีย อยากรู้ว่า สาวเอเซีย กับสาวยุโรป ในสายตาของปาง สาวโซนไหนมีเสน่ห์ กว่ากัน หลานชายยิ้มแบบอายๆ แล้วตอบว่า สาวยุโรป จะคุยได้เข้าใจกว่า สวยกว่าด้วย

  ตอนหลานชายโชว์ภาพถ่ายที่เคยไปเที่ยวให้ดู มีภาพแฟนเก่าติดอยู่ด้วย หลานชายบอกว่า นี่คือ..My ex-girlfriends น้าแป๋วเลยแซวว่า มีแฟนเก่าหลายคนจัง?

  ตอนน้าแป๋วพาไปดูนางเงือก เดินคุยไปเรื่อย หลานชายบอกทะเลไม่ค่อยมีคลื่นเล่นเซิร์ฟบอร์ไม่ได้  เมื่อถามถีงชายหาดที่สิงคโปร์ ปางบอกว่า ดู Fake ๆ เพราะต้องนำเข้าทราย จากที่อื่น ไม่เป็นธรรมชาติ

  ตอนไปส่งที่ Office ขายตั๋ว เพื่อรอขึ้นรถบัส ระหว่างรอรถ  หลานชายเห็นฝรั่งยืนซดเบียร์ ต่อหน้าต่อตา เลยเกิดเปรี้ยวปาก หันมาถามน้าแป๋ว เขาจะดื่มเบียร์ก่อนซักกระป๋องได้มั้ยน้าแป๋วเลยบอกว่า.."โอเค ตามสบายเลย ถ้าแม่ยูไม่อยู่ที่นี่ ก็ไม่มีใครห้ามหรอก"

  อ่อ!!~ หลานชาย ฟันขาวสะอาด ไม่ได้เซอร์เหมือนทรงผม บุคลิกไม่ได้เหมือนพวกฝรั่งทั่วไป แต่ดูเรียบๆกึ่งๆระหว่างฝรั่งกับเอเซีย หรืออาจเป็นเพราะอยู่ท่ามกลางญาติๆสูงอายุก็ได้ เลยดูเกรงอกเกรงใจ ค่อนข้างเรียบร้อยหน่อย...

  (นึกได้แค่นี้ ไว้นึกได้ค่อยมาต่ออีก)


น้าแป๋ว

๑๑ ธันวาคม ๒๐๑๒




          

                                              
                                               

2004 ทีวีโชว์ชุดล่านายแบบ บรรยายไทย

   

มื่อปางอายุ ๒๒ ตอนปี 2004/๒๕๔๗ ก็ได้ไปมีส่วนร่วมรายการชุดทีวีเรียลลิตี้ช่องบราโว สหรัฐฯ แม่ของปางเลยส่งการบรรยายให้ตายายและญาติผู้ใหญ่ของปางได้อ่านกัน ลิงค์อยู๋ด้านล่าง    


Manhunt:  The Search For America's Most Gorgeous Male Model

Episode 1           Episode 2           Episode 3       

Episode 4           Episode 5           Episode 6 

                                                                 💑

                                                                      Carmel, CA

๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๗

กราบเท้าพ่อแม่ที่เคารพรักอย่างสูง

ไม่ได้เขียนจดหมายมานานแล้ว  ตอนนี้โทรศัพท์และสื่อสารด้านอื่นพัฒนาไปมาก เร็วกว่า สะดวกกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีกว่า  ข่าวคราวทางนี้ ก็ไปเรื่อยๆ ปอกำลังหาทางเข้าทำงานวงการบันเทิง  ปิ่นเพิ่งเสร็จจากฝึกงานที่สภาผู้แทนฯ ที่เมืองหลวงวอชิงตันดีซีสามเดือน 

ข่าวใหญ่ที่น่าตื่นเต้น พ่อแม่ก็ได้ทราบแล้วที่ว่า ปางชนะการประกวดยอดนายแบบ  ปิ๋วจะเล่ารายละเอียดให้อ่านบรรยาสรุปเป็นตอนๆให้อ่าน  เวลาปิ๋วส่งดีวีดีมา จะได้ดูรู้เรื่อง  สำหรับผู้อ่านที่แปรสัญชาติไปเป็นลาว เป็นคนเหนือ หรือภาคกลาง กรุณาช่วยแปลสำนวนใต้เป็นสำนวนกลางหรือสำนวนถิ่น  ส่วนตายายนั้น บ่มีปัญหา

สี่ห้าปีมานี่รายการโชว์ที่เรียกว่ากึ่งจริงที่เรียกว่าเรียลลีตี้ฮิทมากที่อเมริกา ป็นรายการกึ่งสารคดีข่าวกึ่งบันเทิง  ไม่ใช้นักแสดงอาชีพ รายการก็มีต่างๆนานา เช่น ใครจะเอาตัวรอดเวลาอยู่ที่เกาะ สลับแม่บ้านให้ไปอยู่อีกบ้าน เลือกคู่  รายการที่ปางไปร่วม เป็นรายการหานายแบบ แต่ไม่ใช่เป็นการประกวดแบบนางงามเท่าที่เห็นๆ  หากเป็รรายการโชว์แข่งขันคัดเลือกนายแบบเพื่อได้สัญญาทำงาน ๑ ปี มีรายได้มูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ โชว์นี้ มีทั้งหมด ๘ ตอน  ตอนละ ๑ ชั่วโมงรวมโฆษณา 

เริ่มจากมีแมวมอง เอเย่นต์นายแบบหาหนุ่ม ๑๙-๓๓  โสดและไม่โสด ปีทั่วประเทศมาเมืองลอสแองเจลิส ๓๐ คน เพื่อคัดตัว  


ตอนที่ ๑:    Episode 1    

 เริ่มรายการโดย  ๓๐ คน  ตัดเหลือ ๒๐ คน ผู้ที่เหลือ  ๑๕ นาทีแรก แต่ละคนให้สัมภาษณ์  หลานบ่าวตาบอกว่า ตอนนี้เหมือนอยู่ทางแพร่ง จะไปทางอาชีพนายแบบ หรือเรียนต่อฟิสิกส์ดี  แต่โดยทั่วๆไป ตัวเองก็พอใจสิ่งที่ตนมีอยู่

ถึงจะอย่างไรก็ตาม ปางก็ยังอยากจะชนะ (ฟังตะคารมหลานบ่าว)

หลังจากนั้นบ่าวๆที่ได้คัดเลือกเข้าไปพักโฮเต็ลห้าดาว ไปไหนมาไหนนั่งรถเป็นขบวน  คราวแรก เขาพาไปสนามบิน  อย่างที่บอกแล้วเป็นรายการกึ่งจริง  ไม่มีบทให้  นายแบบจำเป็นจึงไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปฏิกิริยา ท่าทาง บทพูด ความคิดเห็นก็ออกมาจากปากของแต่ละคนก็เป็นของส่วนบุคคล  ตอนไปสนามบิน มีนายแบบรุ่นเดอะมีชื่อในอดีตอายุ  ๕๐ เห็นจะได้และประสบความสำเร็จออกมาแนะนำตัวเอง คุณลุงนายแบบนี่จะเป็นกรรมการใหญ่ 

คุณลุงประเดิมด้วยคัดอีก ๔ คนออก เหลือ ๑๖ คน

พอคัดออกเสร็จ คุณลุงก็สั่งให้ทุกคนแก้ผ้า เหลือแต่กางเกงใน บางคนนุ่งกางเกงลิง บางคนก็นุ่งกางเกงตาแป๊ะ (รวมทั้งหลานบ่าวตาด้วย)  คุณลุงนายแบบรุ่นเดอะนี้ ก็เริ่มวิจารณ์รูปร่างแต่ละหนุ่มอย่างไม่ไว้หน้า  เช่น ขาลีบ ขาโก่ง กล้ามมากไป ผิดส่วน  หลานบ่าวตาได้รับการวิจารณ์ว่า รูปร่างสมส่วนดี แต่กางเกงดูมอร็องไปหน่อย  (ปางใส่กางเกงในตาแป๊ะ ผ้ายืดสีเทา ความจริงยังใหม่เพิ่งซักได้ครั้งสองครั้งเท่านั้น)  หลังจากนั้น คุณลุงกรรมการแจกกางเกงใหม่เอี่ยมมียี่ห้อสีขาวให้แต่ละคนผลัดใส่เหมือนกันหมด 

พอเปลี่ยนใส่กางเกงในใหม่เสร็จ คุณลุงก็ให้แต่ละคนออกสีหน้าต่างๆตามสถานการณ์ เช่น สมมุติว่า ถูกลอตเตอรี่บ้าง  หมาที่เลี้ยงไว้ตายบ้าง  ทำท่าแค้กบ้าง ส่วนหลานบ่าวนั้น  คุณลุงติ๊งต่างว่า เห็นคลื่นลูกใหญ่มา จะทำหน้าอย่างไร ปางก็ทำท่าชอบใจ ย่นจมูก  ทำปากจู๋   (หลานบ่าวตาชอบเล่นกระดานโต้คลื่น ยิ่งคลื่นใหญ่ ยิ่งโต้สนุก)  คุณลุงวิจารณ์ว่าปางว่าออกลิงไปหน่อย แต่ไม่พรื่อ

ฉากต่อไปให้นายแบบแต่ละคนโดดร่มดิ่งพสุธาลงจากเครื่องบิน เนื่องจากไม่มีใครโดดร่มเป็น เขาจึงให้มัดติดกับนักโดดร่มอาชีพ  ส่วนใหญ่กล้าๆกลัวๆ  ปางโดดคนแรกบอกว่าหนุกจังหู  มีหนุ่มหนึ่งกลัวสั่นเป็นเจ้าเข้า  เป็นคนสุดท้ายที่โดดร่ม  (โดดครูฝึกผลัก)  ลงมาบนพื้นได้ นับว่าเป็นความสำเร็จอย่างมหาศาล แต่ก็พูดว่า  ฮาโหรย  กูไม่เอาแหล่วแหละ

เสร็จอีกวัน  ผู้ผลิตรายการส่งนายแบบ ๑๖ คนไปเลือกเสื้อผ้าตามใจชอบ คนละชุด ที่ร้านมียี่ห้อหรูแห่งหนึ่ง  บางคนช่างเลือก  บางคนเลือกไม่ถูกเพราะแม่เคยซื้อให้มาตลอด  พนักงานสาวคนหนึ่งมาช่วยติดกระดุมให้ปาง  มีคนหนึ่งจะเอากว่าชุดหนึ่ง  หลานบ่าวเลยให้สัมภาษณ์ด่านายนี่ว่าไม่รู้ว่าจะตาล่อกันไปถึงไหน  หารู้ไหมว่า  ไอ้หนุ่มคนนี้ที่แท้จริงเป็นใคร

นายแบบทุกคนแต่งตัวหล่อด้วยชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาไปคลับ  นายแบบ ๒ คนโดนห้ามเข้าเพราะอายุไม่ถึง (ในอเมริกา สถานบันเทิงที่เสริฟเครื่องดื่มมึนเมา  เขาห้ามเด็กอายุต่ำกว่า ๒๑ เข้า)  นายแบบ ๒ คน ก็รู้สึกเคืองให้หน่อย

พอเสร็จงานกลับที่พักกัน  มีนายแบบบางคนชวนสาวไปดื่มต่อและคุยที่ห้อง  ตามกฎที่วางไว้  พอถึงตีหนึ่ง  ทุกคนต้องเข้านอน และห้ามนำใครเข้ามาในห้อง

ตี ๒ ครึ่งคืนนั้น  คุณลุงกรรมการเข้ามาปลุกทุกคนให้เวลา ๒ นาทีเตรียมตัวขึ้นไปบนดาดฟ้าถ่ายรูปกับนางแบบอาชีพโฉมงาม  หลานบ่าวและคนอื่นงัวเงียๆตื่น แต่ยังมีบางคนอยู่ในห้องน้ำไม่ยอมออกมาเผชิญหน้า

                      

นายแบบกับกางเกงในหลังโดดร่ม ที่สองซ้ายคือปาง ถัดจากปางทางขวาคือนายแบบตาล่อ     

 

ตอนที่ ๒ :  Episode 2  

เป็นอันว่า ทุกคนรู้ว่านายแบบ ๒ คนแอบพาสาวมาแอบไว้ในห้องน้ำคือหนุ่มชื่อเทศกับเควิน

คุณลุงบอกนายแบบทุกคนแต่งชุดที่ไปซื้อจากร้านสปอนเซอร์มียี่ห้อภายใน ๒ นาทีเพื่อก็รีบไปเข้าคิวถ่ายรูป สองหนุ่มที่ทำผิดกฎ รีบกลัวไปไม่ทันเลยนุ่งแต่กางเกงขาสั้นอาบน้ำแบบโค่งไป

นายแบบโดยแบ่งเป็นสามกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีช่างภาพอาชีพ ปางอยู่กลุ่มแรกเป็นฉากที่นางแบบทำท่าปล้ำหนุ่ม ช่างภาพให้นางแบบซึ่งนุ่งกางเกงขาสั้น เสื้อคอลึกอกล้น  ปางถ่ายก่อนเพื่อน  และท่าทางนิ่มนวล ช่างภาพพอใจมาก  นายแแบบที่เหลือก็ทำท่าแตกต่างกันไป แต่ใช้ฉากเดียวกัน  ส่วนฉากที่สองอีกกลุ่ม ก็เป็นตอนที่นางแบบนอนหนุนตักบ่าวๆ  นายแบบก็สั่นไปตามๆกัน เพราะแต่คนไม่เคยเข้าใกล้นางแบบคนดังแถมหุ่นทรมานใจหนุ่มเหลือเกิน  พ่อหนุ่มคนที่ไม่ขี้หดตดหายตอนโดดร่ม  สั่นอีกตามเคย เปิดอกให้สัมภาษณ์ ว่าใจหนึ่งอยากจะแตะหน้าอกนางแบบแต่ต้องหักห้ามใจ ขืนทำอย่างนั้นไม่งั้นโดนเตะออกแน่  ส่วนชุดสุดท้าย เป็นชุดที่ถ่ายที่สระว่ายน้ำ

กว่าจะถ่ายเสร็จทุกคนก็เช้ามืด ขณะที่รอ บางหนุ่มก็บ่น ง่วงนอนบ้าง หนาวบ้าง 

วันรุ่งขึ้น มีประชุมระหว่างนายแบบ ตำหนิพ่อหนุ่มสองคนที่ทำผิดกฎ หาความเดือดร้อนมาให้คนอื่น  เพราะหากเกิดมีเรื่องอื้อฉาวขึ้น หรือเกิดฟ้องร้องหาว่าทำมิดีมีร้ายขึ้น  อาจจะทำให้รายการเลิกกลางคัน  คนอื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่พลอยเดือดร้อนไปด้วย  และต่างคนก็มาร่วมด้วยความหวัง  นายเทศหนุ่มที่ทำผิดหน้าเป๋อเหลอ  ส่วนเควิน โต้ว่าไม่ได้ไปปลุกปล้ำทำบัดสีอะไรหรอก คุยกันเฉยๆ และไม่ได้ทำใครเดือดร้อน  ถ้าใครคิดว่าแกล้งคนหนึ่งคนใด ก็ช่วยไม่ได้  นายแบบคนอื่นรวมทั้งปางหมั่นไส้ให้  ทำผิดแล้วยังมีหน้ามาหัวหมออีก  ปางพูดออกมาว่าไอ้หมอนี่คิดแต่เรื่องเจึ๊ยวตัวเองเท่านั้น

ถึงวันตัดสินใครอยู่ใครไป คุณลุงกรรมการ นางแบบอาชีพ และรองประธานกรรมการบริษัทฝ่ายขายร้านเสื้อมียี่ห้อ (อาร์มานี) เป็นกรรมการตัดสิน  ดาราสาวสวยชื่อคาร์เมนเป็นคนควง แขนแต่ละนายแบบเข้ามาทีละคนพบคณะกรรมการ กรรมการก็วิจารณ์ภาพถ่ายพร้อมออกความคิดเห็น  ชมบ้าง แนะนำบ้าง ว่าก็เยอะ  พอถึงตาหลานบ่าว  ดาราสาวไม่ค่อยอยากจะปล่อยแขนควง  สำหรับรูปปางนั้น  คุณลุงกรรมการบอกว่า ปาง ยังกะทาร์ซานกลับชาติ  ดูดีกว่านางแบบสาวเสียอีก  ตอนนี้กองเชียร์ที่หน้าจอทีวีบานเป็นกระด้งไปตามๆกัน

พอมาถึงคนสุดท้าย  ความลับเผยออกมา  เจ้าหนุ่มที่ชื่อเควินที่ทำผิดกฎนั้น ที่จริงเป็นนายแบบอาชีพอยู่แล้ว จุดประสงค์คือแกล้งทำเข้าแข่งขันก็เพราะจะได้เป็นสายลับคอยรายงานว่า แท้ที่จริงแล้ว แต่ละคนนิสัยใจคอเป็นยังไง  และออกความเห็น ด้วยใครควรจะอยู่  ควรจะไป  หมอนี้ก็ให้ความเห็นไป และท่าทางจะพยายามเขี่ยปาง ปางเองด่าเจ้าหมอนี้ไว้มาก เพราะแค้กน่าดู

ถึงเวลาตัดสินแต่ละคนยืนข้างรูป ใจตุ้มๆต่อมๆกันตามๆ  ดาราสาว คาร์เมน บอกกติกา ถ้าเรียกชื่อใครก็ขอให้เจ้าของชื่อเอารูปออกจากห้องไปหมายความว่า ตกรอบ ว่าแล้วคาร์เมนก็เปิดซองอ่าน เรียกชื่อแต่ละคน บอกว่า นี่เป็นรูปสุดท้าย รอบนี้ ๔ คนโดนเขี่ยรวมทั้งหนุ่มจอมประสาท  ส่วนหลานบ่าวตาเข้ารอบตัวปลิว

                                       

   

ตอนที่ ๓:  Episode 3  

ฉากแรก นายแบบต้องไปแข่งขันถ่ายโฆษณาซุปสาหร่ายจากญี่ปุ่น  สปอนเซอร์อยากจะรู้ว่า หากมีลูกค้าที่ไม่พูดภาษาอังกฤษ จะสื่อสารกันได้แค่ไหน  ใครจะทำได้ดีที่สุด   ทุกคนจะต้องท่องประโยคภาษาญี่ปุ่นขณะที่เปิดจอกโฟมชิมซุป  มีเส้นยาวสีดำ รสคงจะไม่อร่อยเท่าไร เพราะหลายคนทำหน้าเหมือนดื่มยาขม  ดูตลก ช่วงนี้ถ่ายรวดเร็ว เห็นแว่บๆ   คนที่แสดงได้ดีที่สุด ได้รางวัลซุบไปเกือบกุรุส  และเขาส่งหมอนวดมานวดให้ถึงห้อง  (นวดจริงๆ)  เล่นเอาเพื่อนที่พักด้วยอิจฉากันตามๆ  

ชั่วโมงถ่ายรูปเริ่ม คราวนี้ช่างแต่งหน้าละเลงกัน ใส่ชุดที่เป็นประหลาดๆ เหมือนกะเทย หรือจะดูว่าเป็นหญิงก็ไม่ใช่ จะดูเป็นชายก็ไม่เชิง  เขาอยากจะลองว่าจะหาญไหมถ้าจะแต่งหน้า แต่งตัวแบบนี้  มีคนหนึ่งพอวาดหน้า ทำผมเสร็จ เขาจะให้กระโปรงชายตามแบบชาวสก็อตต์  ก็ผวาเสียยกใหญ่ ที่ไม่อยากจะนุ่งกระโปรง

ไปๆมา พอสงบใจได้  แสดงท่าเต็มที่  รูปออกมาน่าดูกว่าใครเพื่อน  หลานบ่าวตา ทำผมเป็นงูเก็งกอง เขียนตาข้างหนึ่งเป็นแมงมุมชักใย ทาปาก  คนแต่งหน้าถามโน่นถามนี่ปาง  ปางทำคะแนนใหญ่ด้วยคำตอบ แต่งหน้าเสร็จ ใส่เสื้อ ใส่สร้อยเป็นโซ่ตรวน หนังสีน้ำตาลแต่เปิดแบะ โชว์เห็นแผลเป็นข้างสะดือขวาเป็นแถบยาวเนื่องจากผ่าตัดทางเดินไตสมัยห้าขวบ  พอตอนถ่ายรูปก็ทำหน้าด้นๆไปตามอารมณ์แบบหน้าตาเสื้อผ้าที่แต่ง ดูไปด้วยกันดี ถ่ายรูปเสร็จบรรดานายแบบก็ยกโขยงไปกินพิซซ่า เล่นโบว์ลิ่ง  บางคนก็ล้างหน้าล้างตา บางคนรวมทั้งปางไปทั้งๆที่หน้ายังแต่งอยู่อย่างนั้น  ปางแค่ลบลิปสติค 

ผลตัดสินรูปชุดนี้  โดนตัดไปอีกสองหนุ่ม  หลานผิวปากลอยลำเข้ารอบ


ตอนที่ ๔:  Episode 4

ฉากแรกเริ่มด้วยมีถาดคลุมจดหมายถึงกลุ่มนายแบบความว่า วันนี้จะมีกลุ่มนายใหญ่จากบริษัทโฆษณามาดูทดสอบสัมภาษณ์ดูตัวนายแบบแต่ละคนเพื่อคัดเลือกไปถ่ายแบบโฆษณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ผลิตภัณฑ์นั้นมีตั้งแต่กระดาษชำระ กางเกงยีน จนกระทั่งรถยนต์หรูแบบเจมส์ บอนด์ขับ แต่ที่นายแบบไม่ทราบก็คือว่า กลุ่มนายใหญ่เหล่านี้ที่แท้จริงเป็นนักแสดงตลก  เขาจ้างมาเพื่อแกล้งหาเรื่องต้อนนายแบบให้จนมุม เพื่อจะดูปฏิกิริยา

นายแบบคนแรกเข้ามา กลุ่มนายใหญ่ปลอมบอกว่าให้โฆษณายาสระผม แต่ปรากฎว่า พ่อเจ้าประคุณตั้งแต่เกิดมาไม่เคยใช้แชมพูเลย ใช้แต่สบู่ก้อนเท่านั้น ส่วนนายแบบอีกคน จะให้โฆษณาแชมพูเหมือนกัน ทว่าหนุ่มคนนี้ ไร้ผม ส่วนยอดชายนายปางเข้ามา กลุ่มนายใหญ่บอกว่าจะให้โฆษณาแอชตัน มาร์ติน  รู้ไหมว่าเป็นอะไร ปางรู้ทันทีว่าเป็นรถยนต์  เขาให้ดูแคตตาล็อก ปางให้ความเห็นใครที่ไหนก็ตามที่ออกแบบรถยนต์นี้ เก่งชะมัดญาติ คนจากกลุ่มแย้งขึ้นมาว่า นี่นะเป็นรถชั้นหรู ภาษาที่ใช้ต้องให้เหมาะสมกับความเป็นหนึ่งไม่ใช่เป็นใช้ซี้ซั้วแบบเด็กวัยรุ่น  แล้วถามต่อไปว่า ไหน ลองบอกมาซิว่า ทำไมปางควรจะได้โฆษณารถนี้ ปางตอบว่ารถเท่ห์ก็ควรจะมีหนุ่มเท่ห์ขับ  เขาเลยให้ปางลองแสดงความเท่ห์ ทำท่าขับรถให้ดู 

ปางให้สัมภาษณ์ตากล้องทีหลังว่า ผลคงจะไม่ดีเท่าไร ตัวเองผมยาว ไปทำท่าขับรถหรูดูจะไม่ไปด้วยกันเลย 

พอสัมภาษณ์แกล้งจนสะใจครบทุกคนแล้ว  พวกนายใหญ่ก็สารภาพความจริงกับนายแบบว่าที่ทำไปนี่ แกล้งหรอกนะ  แต่ที่ไม่แกล้งก็คือว่า เขาจัดลำดับใครตอบได้ดีที่สุดก็จะเป็นคนเลือกผลิตภัณฑ์ก่อนเพื่อถ่ายโฆษณา  คนที่ได้เลือกเป็นลำดับแรก ก็เลือกถ่ายกับรถยนต์  แถมได้รางวัลไปเข้าสปา กินอาหารอร่อย ทำเล็บ อบไอน้ำ นวดตัว และให้พาเพื่อนนายแบบไปได้คนหนึ่ง 

ปางได้เลือกเป็นคนที่ ๘ จาก ๑๐ คน เลือกของเหลือ เป็นครีมกำจัดขน เพราะตัวเองไม่มีขน (หน้าอก) อยู่แล้ว  ตอนเตรียมตัวเพื่อถ่ายแบบก็ได้ยินเสียงปางบอกเพื่อนนายแบบด้วยกัน เดี๋ยวจะไปโกนขนเตรียมตัวล่ะนะ 

 ตอนถ่ายจริงๆหลานบ่าวนุ่งผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ ป้ายครีมที่อกเป็นเสร็จ  เรื่องไม่มาก  แถมปากหวานชมช่างภาพ (สาว) ให้อีกประสาเชื้อไม่ทิ้งแถว

เขาฉายเบื้องหลังการถ่ายโฆษณาให้ดู บางคนแอ๊คท่าเก๋ไก๋ บางคนรู้มากเขาแต่งผมให้ก็ไม่เอา จะเอาตามใจตัว

ช่วงที่นายแบบคุยกัน  นายแบบคนหนึ่งบอกเพื่อนๆหน้าตาเฉยว่าตัวเองเป็นกะเทย  หนุ่มกะเทยนี้แปลกใจที่ไม่มีใครรู้มาก่อน  เพราะตัวเองไม่ได้ปิดบัง แต่ก็ไม่ได้โฆษณา ไม่มีนายแบบคนไหนรังเกียจเดียดฉันท์ จะพอมีบ้างก็มีหนุ่มน้อยอีกคนที่เช็ดน้ำมูกน้ำตา เป็นเดือดเป็นร้อนเพราะตกใจ บอกว่าตัวเองมาจากเมืองเล็กๆ ไม่มีใครเปิดเผย พูดโจ่งแจ้งเรื่องพรรค์นี้ เด็กหนุ่มวัย ๒๐ นี้คงเป็นกะเทยเหมือนกัน แต่ไม่รู้ตัว หรือไม่กล้าเปิดเผยเพราะกลัวเป็นเรื่องฉาวโฉ่ เพราะนอกจากเมืองที่อยู่จะเล็กแล้ว ชาวบ้านแถบนั้นหัวเก่า รับไม่ได้

ช่วงสุดท้ายตอนนี้ก็เข้ารูปเดิมตามธรรมเนียม มีกรรมการสี่คนรวมทั้งช่างภาพ และทำงานกับนิตยสารมาสมทบด้วย วิจารณ์รูปแต่ละคน บางคนผมบาง บางคนดี  ถึงตาปางคุณลุงบอกว่า แหม ชักจะเกลียดหน้าปางขึ้นมาหน่อยๆ แล้วล่ะ เพราะรูปออกมาดีเสมอมา  แต่ก็หาเรื่องจับผิดเล่น  ชี้ถามปางว่า นั่นอะไรที่หัวคิ้ว สิวขึ้นใช่ไหม ไปเอาออกซะ เจ้าสายลับที่ชื่อเควิน ออกความเห็นเกี่ยวกับปางว่า ตัวเตี้ย แถมฟันเกอีก  กรรมการรับเชิญแก้แทนปางว่า ก็ให้หมอฟันดัดฟันให้เสียก็สิ้นเรื่อง 

คราวนี้นายแบบถูกตัดออกเสีย ๔ คน  หลานบ่าวผิวปากเข้ารอบ

 

ตอนที่ ๕ :  Episode 5    

นายแบบที่เหลือ ๖ คน ไปเยี่ยมรายการบันเทิงประจำวันที่สถานีโทรทัศน์  พิธีกรสาวสวยของรายการนี้มาต้อนรับและพาไปชมฉาก แล้วให้แต่ละคนตอบแสดงไหวพริบ หรือไม่ก็ให้แสดงความสามารถพิเศษ หรือเช่น นายแบบคนหนึ่งตีลังกาสองสามตลบ  อีกคนโฆษณาขายของ อีกคนวิดพื้นสองมือและมือเดียว  พอถึงตาปาง  พิธีกรถามปางว่า  ไหนลองให้เหตุผลมาซิว่าทำไมกรรมการควรจะตัดสินให้ชนะ  ปางตอบว่า เพราะตัวเองทำให้พระเอกหนังหล่อเนื้อหอม (ชื่อออร์แลนโด บลูม) ดูเหมือนเป็นพ่อมด

จากนั้นบรรดานายแบบไปเที่ยวชายทะเล  ดาราพิธีกรประจำรายการมาปรากฏตัวด้วยรถยนต์อิตาเลียนแพงหรู  (ยี่ห้อแลมบอกีนี่) บอกว่าจะให้ลองขับเล่น แต่จะให้ทีมที่เล่นวอลเล่ย์บอลชนะเท่านั้น  หนุ่มก็แบ่งเป็น ๒ ทีม ทีมละ ๓ คน และมีสาวมาเล่นด้วย  ทีมหลานบ่าวตาชนะ เลยได้ลองขับ  ปางบอกว่านี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่ได้ขับรถนี้ เพราะถ้าเปรียบเทียบกับรถเบนซ์แล้ว  รถเบนซ์กลายเป็นรถกิ๊กก๊อกเสียถนัด 

ตอนนี้มีช่างภาพที่แอบล่าถ่ายรูปดารา ดาราสังคม ก็จะให้เป็นบทเรียนสำหรับนายแบบย ดูซิแต่ละคนจะมีปฏิกริยายังไงเวลามีตากล้องคอยถ่ายรูปทุกฝีก้าว และจะดูยังไงเวลาเขาแอบถ่ายภาพเวลาไม่ระวังตัว

ตอนเย็นบรรดานายแบบควงสาวนางแบบไปกินอาหารญี่ปุ่น  ช่างภาพตามถ่ายรูป  บางคู่แอ๊คท่าให้อย่างดี  แต่ปางไม่ค่อยจะสนเท่าไร พยายามหลีกๆ  ตอนกิน สาวนางแบบพวกนี้ก็เหลือเกิน  สูบบุหรี่ จู้จึ้ ปากมาก คอยจับผิดคนโน้นคนนี้ จนหนุ่มๆชักจะรำคาญกันตามๆ  ปางเลยแคะสาวพวกนี้ให้ และบอกให้สาวๆหุบปากเสียทีจะได้ไหม

หลังจากนั้นกลุ่มนายแบบนางแบบไปเต้นรำ ปล่อยลิงปล่อยค่างออกมาเต็มที่  บางคนทำท่าเหมือนเต้นจ้ำบ๊ะ หรือระบำเปลื้องผ้าทีละชิ้นอะไรทำนองนั้น  ช่างภาพจับภาพท่าที่เจ้าตัวไม่อยากให้ใครดูไปได้หลายภาพ

ถึงช่วงถ่ายรูป  ทางห้างเสื้อผ้ามียี่ห้อส่งชุดสูทแบบล้ำยุคมาให้นายแบบสวมถ่ายรูป  หัวหน้าแผนกเสื้อผ้าพูดกับตากล้องว่า  ขนาดหนุ่มนายแบบจะใส่อะไรก็ได้ อย่างปางกับนายแบบอีกคนซึ่งเตี้ยกว่านายแบบคนอื่นๆอาจจะมีปัญหา และจะไม่สะดวกถ้าต้องไปเดินแบบจริงๆ

นายแบบแต่ละคนสลับกับถ่าย  ปางทำท่ามวย ดูเรียบร้อย ใส่เสื้อสูทข้างนอก เสื้อเปิดกระดุมเห็นเสื้อกล้ามสีขาวข้างใน  ทำท่าแค้ก ช่างภาพบอกให้เลิกเสื้อกล้ามหน่อยข้างหน่อย โชว์สะดือ แต่รูปที่โชว์ไม่ใช่รูปนั้น  ปางว่าตัวเองไม่ค่อยชอบใส่สูท  คราวนี้อาจจะสู้คนอื่นไม่ได้

ก่อนการคัดเลือก  นายแบบได้รับกระเป๋าเดินทางติดตัวคนละใบ วันนี้จะรู้ว่าใครจะสี่คนไหนจะได้ไปปอร์โตริโกและใครจะกลับบ้าน

พอถึงตอนตัดสิน มีรูปสองชุด  ชุดหนึ่งที่ถูกแอบถ่าย  และอีกรูปเป็นรูปขาวดำทรงสูท  นายแบบแต่ละคนหน้าม้านไปตามๆกัน เพราะนึกไม่ถึงจะโดนแฉท่านี้โดยเฉพาะหลานบ่าวตา

การตัดสินคราวนี้มีกรรมการรับเชิญมาอีกคน คุณลุงกรรมการวิจารณ์ว่ารูปปางว่า ชักจะเบื่อดูรูปปางแล้วล่ะ  เพราะเหมือนกันหมดทุกรูป ไม่มีอะไรแปลกตาออกไปเลย  แถมไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์ทางสีหน้าออกมา  อีกคนก็ย้ำว่าเตี้ยไป และเจ้าสายลับก็ตอกย้ำซ้ำเติมอีก ปางเตี้ยแล้วแถมฟันเกเสียอีก  (มาถึงตอนนี้บรรดาแฟนๆที่เชียร์ปางซึ่งก็มีอยู่ไม่เบา รุมเขียนด่ากรรมการทางอินเตอร์เน็ตใหญ่  บ้างว่าปางไม่เตี้ยเกินไปหรอก ยังอยู่ในระดับ  เรื่องเขี้ยวหนูผีน่ะเก็บไว้เถอะ อย่าไปยุ่ง เพราะยิ้มแล้วเก๋ดี  ตอนหลังปางให้สัมภาษณ์ว่า  แปลกที่โดนตำหนิสิ่งที่ตัวเองมีมาตามธรรมชาติ นอกเหนือจากการควบคุม  ถ้าเป็นอย่างอื่นที่พอแก้ได้ ก็ไปอีกเรื่อง)

คราวนี้รูปออกมาดีทุกคน รวมทั้งปางด้วย  แต่ความที่โดนกรรมการกับเจ้าสายลับรุมวิจารณ์ใส่ทำให้ปางและแฟนๆหน้าจอเสียวไส้  พอถึงช่วงประกาศ  . . . เรียกชื่อคนอื่น  คนที่อยู่หน้าจองถอนใจเฮือก

ตอนต่อไปบรรดานายแบบที่เหลือจะบินไปพักโรงแรมห้าดาวที่ประเทศเกาะปอร์โตริโก 

                                      


ตอนที่ ๖: Episode 6   

เกาะหรือประเทศปอร์โตริโกอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ  อากาศ ต้นไม้เหมือนบ้านเราเพราะอยู่ในเขตร้อนเหมือนกัน  จากเมืองแอลเอที่ถ่ายทำการคัดเลือกตอนแรกๆ ประมาณ  ๖ ชั่วโมงโดยเครื่องบิน

พอไปถึงที่พัก เขามีเครื่องดื่มบริการให้  ที่พักเป็นโรงแรมห้าดาวริมทะเล มีสระน้ำขนาดมหึมา  ที่สระน้ำนี้เขาสร้างเป็นสะพานพลาสติกใสเหนือน้ำซึ่งใช้เป็นเวทีเดินแบบได้ 

แต่ก่อนจะเดินแบบ จะมีการทดสอบตลาดนักท่องเที่ยว เริ่มด้วยการถ่ายรูปสำหรับปฏิทินโดยช่างภาพชำนาญด้านนี้  นายแบบลงน้ำ ขึ้นจากน้ำ ยืนในน้ำ  นุ่งกางเกงยีนธรรมดาบ้าง  ปางนุ่งกางเกงอาบน้ำขายาวถึงเข่าลายหยิน-หยางขาวดำ ที่จริงถ่าย หลายท่า แต่ช่างภาพคัดเลือกรูปถ่ายตอนยืนโชว์ขนจั๊กกะแร้ใต้ต้นมะพร้าว ปางให้สัมภาษณ์ว่าถ่ายรูปนี้ก็ทำท่าสบายๆ  เพราะไม่ใช่เพื่อขายเสื้อผ้า แต่โฆษณาตัวเอง 

ภาพปฏิทินนายแบบโชว์ที่ล้อบบี้โรงแรม  คุณลุงกรรมการบอกว่า ปฏิทินใครขายดีหมดก่อนจะได้เลือกเสื้อผ้าเป็นคนแรกสำหรับใส่เดินแฟชั่นโชว์วันรุ่งขึ้น บรรดานายแบบเข้าห้องซึ่งดูการถ่ายทอดสดทางคอมพิวเตอร์เวลาลูกค้าเข้ามาเลือกปฏิทิน ของนายแบบสายลับหมดก่อนสามอันแรก ต่อมาก็ของปาง และของคนอื่นสลับกันไป ในที่สุด ของปางเหลือและของนายแบบสายลับยังเหลืออีกคนละอัน มีสาววัยเที่ยงคืนมายืนเลือก ขณะที่มีสาวน้อยที่ไหนมาไม่ทราบมาฉวยปฏิทินรูปปางไป  เป็นอันว่าปฏิทินรูปหลานบ่าวขายดีที่สุด เลยเป็นผู้ชนะได้เลือกชุดแฟชั่นก่อนคนอื่น 

เสื้อผ้าที่จะใส่เดินแบบเป็นชุดชายหาดและชุดอาบน้ำ  ก่อนถึงตอนเลือกชุดอาบน้ำผู้ชาย  ปางพูดเล่นกับเพื่อนๆนายแบบว่าอาจจะเลือกกางเกงอาบน้ำแบบกางเกงลิง  แต่พอถึงคราวจะต้องเลือกจริงๆ  ก็คิดว่าจะต้องตรองดูหน่อย เพราะคราวที่แล้ว ได้บทเรียนมาจากเพื่อนนายแบบที่ได้เลือกถ่ายโฆษณาก่อนและเลือกถ่ายกับรถยนต์  พอเลือกเสร็จก็ฉุกใจ รูปแย่งความสนใจ แถมรูปออกมาไม่ดีเลยและต้องตกรอบไป ปางเลยเลือกกางเกงอาบน้ำขาถึงเข่าตามที่ใส่เป็นประจำเพราะชินกับแบบนี้  กางเกงนี้เป็นพื้นสีขาวลายดอกชบาสีเขียว  ปางบอกว่า ถ้าเห็นกางเกงตัวนี้ที่ร้านก็จะซื้อ  คนอื่นๆเลือกแบบอื่นๆที่เหลือ นายแบบสายลับเลือกชุดอาบน้ำสีแดงเป็นแบบกางเกงลิง 

ต้อนซ้อมเดินแบบ  คุณลุงกรรมการแนะนำอะไรนิดหน่อย บอกว่าเมื่อตอนหนุ่มๆใครๆบอกว่าตัวเดินเหมือนเป็ด แต่ไม่เป็นไร ตราบเท่าที่ตัวเป็นอย่างนี้ และต้องให้องอาจเข้าไว้ และมีสไตล์ของตัวเอง  คุณลุงลองให้แต่ละคนเดิน และแนะนำว่าต้องแก้ไขยังไง  ของปางบอกว่าเดินเร็วไปหน่อย  ช่างภาพคนใหม่ที่จะถ่ายรูปตอนเดินแบบบอกว่า ขณะเดินให้หันไปดูกล้องหน่อยจะได้จับภาพได้

ถึงคราวเดินโชว์  ปางออกก่อนเพื่อน ขณะแต่ละคนเดินแบบก็มีเสียง ดนตรีประกอบ  ผู้ดูที่อยู่รอบๆสระ ปรบมือ เป่าปาก กรี๊ดกร๊าดไปตามเรื่อง นายแบบปาง ลืมคำบอกของช่างภาพเสียสนิท  พอถึงชุดสองก็ลืมหันไปหาช่างภาพอีก ช่างภาพตะโกนเรียกชื่อดังๆทั้งสองครั้ง ปางเลยหันไปดูอย่างไม่ตั้งใจ  ช่างภาพเลยกดชัตเตอร์ได้ 

พอตอนนายแบบสายลับออก นุ่งกางเกงอาบน้ำแบบกางเกงลิงสีแดงแรงฤทธิ์ ทำเก๋ไก๋ ใหญ่ เช่น ทำท่าปัดขี้รังแค่ที่ไหล่  แล้วหงายหลังกระโดดลงน้ำ ดำแล้วขึ้นมาบนสะพานแล้วเดินต่อ  เล่นเอานายแบบที่เหลือชักจะปอดๆ  เพราะนี่เป็นการแข่งขัน  ใครมีลูกเล่นเท่าไรงัดออกมาเต็มที่เพื่อข่มคู่แข่ง  นายแบบอีกสองคนทำท่าใหญ่  คนหนึ่งเป็นกะเทยทำท่าเต้นรำแต่ดูแล้วน่าทุเรศมากกว่าน่าดู  อีกคนทำท่าชะโงกหัวจุ่มน้ำ สะบัด พลาดลื่นไปนิด แล้วทำท่าเต้นรำแบบจ้ำบ๊ะ  ช่างภาพงงนี้ถามกรรมการว่านี่มันแฟชั่นหรือจ้ำบ๊ะกันแน่วะ

พอถึงตอนวิจารณ์ คุณลุงวิจารณ์ไปตามเนื้อผ้า และบอกหนุ่มนายแบบที่เต้นรำทั้งสองคนว่า เกิดมาไม่หอนเห็น โมร้ะจ้าน

ถึงตอนตัดสิน หนุ่มน้อยที่เต้นจ้ำบ๊ะโดนเขี่ยไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆที่รูปถ่ายดีมาตลอด 

 

ตอนที่ ๗:  Episode 7

ตอนนี้เหลือนายแบบอยู่  ๓ คนรวมนายแบบสายลับด้วยอีกคนหนึ่งก็เป็น ๔ คน

เริ่มฉากแรก แต่ละคนจะต้องผลิตวีดีโอโฆษณาสบู่และแสดงเองภายในสามชั่วโมง  ตอนแรกนายแบบคนหนึ่งบ่นเพราะนายแบบสายลับ (ยังไม่มีนายแบบคนไหนรู้ความจริง) ไปหาสถานที่เพื่อถ่ายทำหนังโฆษณาแทนที่จะมาช่วยกัน  ตกลงปางช่วยถ่ายหนังโฆษณา  คนนี้แสดงเป็นคนดูแลสัตว์เปื้อนโคลน พออาบน้ำถูสบู่ดูสะอาด  อีกคนหนุ่มผิวสีน้ำตาล หัวโล้น แสดงเป็นโค้ชฝึกออกกำลัง แต่ต้องการสาวมาแสดงประกอบ  ปางเลยไปขอให้สาวพนักงานของโรงแรมมาช่วย  คนนี้ มีบทพูดในโฆษณาว่าบอกเทรนคนอื่นให้ออกกำลังเสร็จ รู้สึกเหนอะหนะเหนียวตัว  แต่พออาบน้ำเสร็จถูด้วยสบู่ ก็รู้สึกสดชื่น และ (พอว่ามาถึงตอนนี้ สาวก็เข้ามาดม) . . . ชื่นใจ   

หนังโฆษณาของนายแบบหนอนบ่อนไส้ คือแสร้งล้อเลียนนายแบบที่เพิ่งตกรอบไป ตลกดีแต่ใครๆว่าโหดไปหน่อยที่ไปซ้ำเติมให้อีก  

ส่วนของปางนั้น แสดงเป็นนักมวย พันผ้าที่มือ ให้เพื่อนนายแบบตัวใหญ่สองคนแสดงท่าโดนน็อคลงนอนพังพาบบนพื้น โดยหยอดซอสมะเขือเทศใส่ทำเป็นเลือด  ส่วนนายแบบกะเทยผอมให้อยู่หลังกล้องเป็นคนถ่าย  คงจะกลัวถูกหาว่าแกล้งกะหร่องเทศ  วีดีโอโฆษณาของปางถ่ายทีเดียวรวดเดียวเสร็จ  พอนายแบบคนแรกเห็นคนอื่นมีพล็อตหนังโฆษณาสนุก จึงขอถ่ายใหม่ เลยโดนเพื่อนนายแบบอีกคนหมั่นไส้เอา  

พอถ่ายทำเสร็จ  นายแบบก็ไปขี่เจ็ตสกีซึ่งเป็นเรือเร็วคันเล็กๆขับบนน้ำ  ขณะเดียวกัน คุณลุงกับนายแบบดูหนังโฆษณา  และบอกว่าตลกดี  เป็นอันว่าทุกคนชนะ ได้ไปเที่ยวในเมือง กินอาหาร  ขณะกินอาหารนายแบบไม่รู้ว่ากรรมการคอยสังเกตไปด้วย  คุณลุงบอกว่า การรู้จักพบปะคนที่จะมาจ้างนั้นมีส่วนสำคัญ รู้จักวิธีกิน วิธีคุย ถ้ามัวแต่เมาไม่ได้สติ พังแน่ คุณลุงวิจารณ์ว่า นายแบบคนหนึ่งช่างคุย เพราะกำลังเรียนกฎหมายเป็นทนายอยู่ และบอกทุกคนตามตรงว่าเป็นเกย์  ซึ่งคุณลุงบอกว่า รู้ตัว รับความจริงได้ ก็ไม่น่าเสียหายตรงไหน  นายแบบอีกคนขี้อายไปนิดแต่ก็สุภาพดี  พ่อคนนี้สารภาพว่าที่ประหม่าก็เพราะที่มีดารา นางแบบมานั่งเคียงข้าง พูดคุยด้วย  ส่วนปางนั้น  คุณลุงชมว่า คุยได้ตั้งแต่เรื่องเล่นกระดานโต้คลื่น  สถานที่แปลกๆ ไปจนถึงเรื่องปรัชญาศาสนาพุทธ  คุณลุงนายแบบคนนี้เป็นฝรั่งก็จริง แต่เรียนขั้นปริญญาทางด้านเอเซียที่มหาวิทยาลคอร์แนล แถมนับถือศาสนาพุทธด้วย

 หลังจากกินอาหารเสร็จ  หนุ่มๆนายแบบก็พากันไปเต้นรำ  หลานบ่าวตาปล่อยลวดลายออกมาน่าดูเชียวละ  ขนาดคนดูหน้าจอต้องอ้าปากค้าง

ฉากต่อไปก็ต้องเข้าไปถ่ายรูปในป่าเมืองร้อน  ช่างภาพบอกว่าจะมีดารามาถ่ายคู่ด้วย  ดาราที่ว่านี่ก็คือ นกแก้ว แมงมุมยักษ์  กิ้งกือยักษ์  และเขียด  ช่างภาพจะเป็นคนเลือกจะให้สัตว์อะไรไปเกาะตรงไหน  สำหรับปางไม่มีปัญหา ชอบอยู่แล้วกับป่ากับสัตว์ ปางเริ่มก่อน ถ่ายกับนกซึ่งแสนจะไม่ชอบกล้อง  ถ่ายแมงมุมไต่แก้มน่าหวาดเสียว  และเข้าอาบน้ำตกพอตัวเปียกๆ  ช่างภาพก็ให้ลูกเขียดมาเกาะที่สร้อยคอ  ถ่ายเสร็จลูกเขียดก็กระโดดหนีไปทำยังกะเป็นดาราดัง   นายแบบหัวโล้นตัวโค่งมีปัญหาอยู่หน่อย เพราะกลัวทั้งแมงมุม ทั้งนก พอถ่ายกับนก ก็กลัวนกจะกัดหู นายแบบคนนี้หัวโล้นไม่มีผมปิดจึงผวา  แต่ฝืนถ่ายไปจนเสร็จ

ถึงคราวตัดสิน  กรรมการวิจารณ์ว่าหนุ่มกะเทยชอบกัดกรามเวลาถ่ายรูป เพราะคางจะได้ดูเป็นเป็นสันสี่เหลี่ยมสมชายชากรี ส่วนอีกหนุ่มขี้กลัว  กรรมการนับถือที่เอาชนะความกลัวได้ แต่หน้าตายังดูเฉยเมยเหมือนไม่มีความรู้สึก  แถมรูปที่ถ่ายกับแมงมุมดูเหมือนคนอึไม่ออก (อันนี้คนเขียนว่าเอง)  นายแบบสายลับเอ่ยปาก ดูๆปางก็ไม่เห็นจะเป็นนายแบบ แต่รูปออกมาดี     

ผลจากรูปถ่ายคราวนี้  พ่อหนุ่มขี้กลัวเลยตกรอบไป



 ตอนที่ ๘  รอบตัดสิน:  Episode 8 (final)

 รอบนี้เป็นรอบชิงชนะเลิศระหว่างทาร์ซานกับหนุ่มเมืองกรุง ตอนนี้สามหนุ่มนายแบบบินเข้ากรุงนิวยอร์ค  ตึกสูงเต็มไปหมด  ผู้คนเดินเร็วเป็นสองเท่าคนธรรมดา 

นายแบบแวะไปกินอาหารที่ร้านมีชื่อ  แต่ละจานยังกะทำให้ยักษ์อดอยากกิน กินกันจนพุงอืดกันตาม  นั่งรถคันเบ้อเริ่มเข้าไปพักโรงแรม 

ที่โรงแรมของขวัญวางไว้ให้คนละกล่อง  กล่องเบ้อเริ่ม แต่ทำไมเบานัก  การ์ดเขียนบอกไว้ว่านี่สำหรับใส่ในวันถ่ายรูปพรุ่งนี้   พอเปิดปั๊บ  มีสร้อยเงินอยู่เส้นเดียวเท่านั้น ปางถึงกับร้องจ้ากพร้อมกล่าวว่า  พ่อจ๋า ผมขอโทษที

คราวนี้นายแบบทุกคนมานั่งจับกลุ่มรอ  เพราะได้รับคำบอกเล่าว่าจะมีอะไรมาให้แปลกใจเล่น ที่ว่าทำให้แปลกใจก็คือ นายแบบที่ตกรอบไปแล้วกลับมาเยี่ยมทั้งสิบคน ต่างก็แสดงความยินดี และให้แต่ละคนพูดสั้น ๆ

ถึงตานายแบบสายลับจะต้องเพิ่งเผยความจริง  นายแบบเริ่มด้วยการบอกทุกๆคนว่า ตนจะถอนตัวจากการแข่งขันคัดเลือก  เพื่อนๆนายแบบต่างก็ไม่เชื่อ  สายลับสาธยายต่อไปว่าทุกคนรู้จักแค่ชื่อเท่านั้น  แต่ที่จริงแล้วตัวเองเป็นนายแบบอาชีพ  ถ่ายแบบแคตตาล็อกแล้ว  และมีหุ้นส่วนในสำนักหานายแบบนางแบบ  ที่เข้ามาร่วมการแข่งขันครั้งนี้ก็เพื่อขุดคุ้ยรายงานความเป็นไปของแต่ละคน พร้อมทั้งให้ความเห็น  ว่าพลางก็ฉายเบื้องหลังรายงานให้ดู  พอมาถึงตอนนี้ บรรดานายแบบที่เข้ารอบตกรอบตะลึง อ้าปากค้าง  เพราะไม่มีใครนึกถึง  นายแบบไส้ศึกจึงได้รับคำชมบ้าง โดนด่าบ้าง  สำหรับปางนั้น ว่ามากกว่าเพื่อน  หลายคนนึกพ้องต้องกันว่านี่ เป็นการหักหลังกันแท้ๆโดยเฉพาะเพื่อนผู้ร่วมเข้าแข่งที่สนิทที่สุด 

พอรู้ว่าคนหนึ่งถอนตัวไปแล้ว  ก็จะเหลือเพียงสองคน  นายแบบกะเทยบอกว่า  โอกาสที่ชนะก็แค่มือเอื้อม  ถึงจะแก้ผ้าถ่ายรูป  ก็ยอมแล้วเพื่อชัยชนะ  แต่ปางบอกกูไม่เอาโว้ย ไม่เล่นด้วย  และจัดกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน  บอกว่านอนคิดเรื่องนี้ทั้งคืน  ไม่เอา มาแก้เปลือยถ่ายรูปอย่างนี้มันพรื่อโช้   หนุ่มคู่แข่งก็พยายามเกลี้ยกล่อม ถ่ายเหอะ จะรู้ได้รู้ดำรู้แดง ใครจะแน่กว่าและตัวเองไม่อยากจะชนะเพราะปางสละสิทธิ์

วันรุ่งขึ้น  ทั้งสองไปดูสตูดิโอ พบช่างภาพ  นายแบบขอดูรูปตัวอย่าง เปิดเว็บไซต์ดู  ไม่เลว ลักษณะแบบเปลือยไม่โป๊ เป็นศิลป์ดี  ปางยังปฏิเสธ  ใจหนึ่งอยากจะให้ช่างภาพถ่าย  แต่ยังตะขิดตะขวงใจเหลือทน  พูดว่า มีพ่อแม่ พี่น้องแล้วก็แฟนอีกคนที่เห็นตนแก้ผ้า  ช่างภาพก็บอกว่า จะถ่ายอีกคนก่อน แล้วดูไปแล้วกัน เผื่อจะเปลี่ยนใจ  ช่างแต่งหน้าก็เริ่มแต่งหน้าให้หนุ่มคู่แข่งรูปที่ถ่ายเป็น รูปศิลป์ขาวดำ  มาถึงตอนนี้ ก็วุ่นไปทั่ว  เพราะถ้าปางไม่ยอมรายการโชว์นี้ก็ไม่รู้จะจบยังไง  คุณลุงกรรมการเลยโทรมาถาม  ปางเลยบอกว่า ที่จริงน่ะ ไม่กลัวหรอกเรื่องรูปศิลป์น่ะ  แต่ไม่ใช่แค่ช่างภาพเท่านั้นที่ถ่าย  เพราะยังมีช่างวีดีโอเอย  ช่างเสียงเอย  ช่างไฟ ผู้ช่วยจิปาถะ  ปางไม่อยากจะให้มีรูปโป๊โพสต์ตามอินเตอร์เน็ต  ที่สำคัญก็คือ หลังจากได้เรียนรู้ว่าการแข่งขันคัดเลือกครั้งนี้ มีสายลับแฝงมาด้วย  ชักจะไม่ไว้ใจคนทำรายการ  คุณลุงก็บอกว่า ถ้ายังงั้นก็บอกว่า ขอแค่ช่างภาพอยู่ด้วยคนเดียวเท่านั้นพอ

ในที่สุด ปางเลยยอม  (ที่เบื้องหน้าเบื้องหลังที่คนดูไม่รู้ก็คือ  คนผลิตรายการงัดสัญญามาอ้าทั้งขู่ทั้งปลอบ  ถ้าผิดสัญญาถูกปรับแน่)  ช่างภาพถามว่า ปางชอบนุ่งกางเกงใต้สะดือ ขาสั้นถึงเข่า  มันก็ครือๆกันนั่นแหละ 

เป็นอันว่า ปางโพสต์ท่า ถ่ายชุดวันเกิด แต่มีมุมกำบังอย่างดี ซึ่งไม่ดูน่าเกลียด ในรายการพอเห็นก้นแพลมๆออกบ้าง เขาก็ทำให้ดูเลือนๆเหมือนมองกระจกเปื้อนไอน้ำ  ใช้เวลาถ่ายไม่นาน 

อีกฉากหนึ่ง เป็นตอนสัมภาษณ์คนสำคัญสองคนกับบริษัทไอเอ็มจีผู้จะให้รางวัลชนะเลิศ  ทั้งสองคนก็บอกเหมือนกันที่ชอบและตื่นเต้นที่สุด เท่าที่ผ่านๆมาก็คือ ได้ถ่ายรูปกับช่างภาพชั้นนำ  สำหรับปางนั้นเพิ่มไปหน่อยว่า ชอบมาตลอดจนกระทั่งเมื่อวานตอนถ่ายนู้ด คนสำคัญก็บอกว่า หากได้สัญญาทำงานกับบริษัทถ้าไม่อยากถ่ายแบบนั้น เขาก็จะไม่บังคับ 

ผลสัมภาษณ์เสมอกัน

นายแบบสายลับ ออกมาพูดว่า  การถ่ายรูปนู้ดนั้นต้องดูเป็นครั้งๆไป ต้องพิถีพิถันในการเลือกกันหน่อยล่ะ ไม่งั้น ช่างจะรุมขอถ่ายอย่างนั้นอยู่เรื่อย

ถึงเวลาตัดสิน  รูปทุกรูปที่ถ่ายไว้มาวางเรียงเพื่อเปรียบเทียบกันทั้งสองคน  จนรูปสุดท้ายมีสองรูป 

กรรมการคราวนี้มี ห้าคน  คุณลุง  นางแบบ นายแบบสายลับ  และตัวแทนสำคัญของบริษัทอีกสองคนมาตัดสิน

คำวิจารณ์ของนายแบบอีกคนคือ ถ่ายรูปออกมาดี  ใบหน้าได้ส่วน มีความมั่นใจสูง  เวลาสวมใส่เสื้อผ้าแล้วดูดีมาก เสียอยู่นิดที่หัวเถิกไปหน่อย

ส่วนคำที่ใช้วิจารณ์ปางคือ รูปออกมาดีมาก ถึงจะเตี้ยไปหน่อย  แต่ยังมีนายแบบอีก ๒๐-๓๐ คนที่เตี้ยกว่านี้ และประสบผลสำเร็จ  ทว่าคนสำคัญของบริษัทไอเอ็มจีอีกคนบอกว่า เสียอยู่นิดที่ตรงเตี้ยไปหน่อย  นางแบบถามปางอยากจะชนะไหม จะทนไหวไหมเวลาไปที่อื่นนานๆไม่ได้เล่นกระดานโต้คลื่น  นายแบบสายลับเสริมขึ้นมาว่ายังข้องจิตเรื่องนี้อยู่เหมือน  เพราะเท่าที่ตัวเองเห็นและรายงานไปคือ ดูปางท่าทางเหมือนกับไม่อยากจะชนะ  ผลจะออกมาชนะก็ช่าง  ไม่ชนะก็ช่าง  ไม่ตื่นเต้นหรือสนใจ  ปางตอบสั้นๆว่า อยากจะชนะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ 

ถึงเวลาอ่านคำตัดสิน  เพื่อนนายแบบอีกสิบคน รวมทั้งกรรมการทั้งห้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน

ดาราที่จะเป็นคนประกาศ ถามว่าตื่นเต้นไหม ได้รับคำตอบว่านิดหน่อย

ถ้าจำกันได้  ทุกครั้งที่ประกาศ  จะมีเรียกชื่อนายแบบอย่างเศร้าๆและจะมีคำพูดตามมาจากปากดาราพิธีกรว่า

นี่เป็นรูปสุดท้าย  ซึ่งหมายความตกรอบแล้วนะจ๊ะ 

ถึงเวลาเปิดซอง  ทุกคนเงียบกริบ

จอน จอนสัน  ดาราผู้ประการเรียกชื่อปางอย่างเศร้าๆ 

เงียบไปชั่วขณะ  ปางก้มหน้า

และแล้วดาราสาวคนนี้ยิ้ม

ขอแสดงความยินดี  จอน (ปาง) เป็นผู้ชนะได้รับรางวัลสัญญาทำงาน ๑ ปี เป็นจำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ!

มาถึงตอนนี้กองเชียร์หน้าจอ อดร้องกรี๊ดไม่ได้ แทบจะเป็นลมไปเหมือนกัน

ช่วยหยิบยาดมมาให้ทีตะ