Thursday, April 10, 2025

2512 December : ปางเยี่ยมสงขลา

 ช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๕  (2512 )  หลังจากเรียนจบกฎหมาย ปางใช้เวลาระยะสั้นๆมาเป็นนายแบบที่สิงคโปร์ และได้โอกาสมาเดี่ยวเยี่ยมยายช่วงเสาร์อาทิตย์ที่บ้านเขารูปช้าง สงขลา ในเมื่อไม่มีกล้องถ่ายรูปตอนนั้น น้าแป๋วจึงเขียนอีเมล เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ เล่าเรื่องหลานชายให้แม่ของปางได้อ่าน  

                 💝

พอได้ข่าวว่าปางจะมาเมืองไทย และมาคนเดียวด้วย ทุกคนก็ดีใจผสมกังวลเล็กว่าๆ จะพาเที่ยวไหนดี จะสนุกหรือเปล่า? ปางจะเบื่อมั้ย? เพราะที่สงขลา มีแค่คนชรา ที่ไม่ค่อยชอบเที่ยวกันแล้ว..ส่วนคนที่สาวที่สุด ก็ดันเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงซะนี่!!!

ฝ่ายแม่ของนายแบบ ก็จัดการแพลนตารางเที่ยวให้นายแบบเสร็จสรรพ เอ่อ..แบบว่าถามลูกชายก่อน ดีมั้ย?

และบอกให้น้าแป๋วจัดการเรื่องตั๋วขากลับไว้ด้วย  แล้วก็บอกให้เตรียมกล้องถ่ายรูป แต่บังเอิญ ไม่มีใครมีกล้องเลย ตัวนายแบบเองก็ไม่ได้เอามาอีกด้วย

 งานนี้น้าแป๋วเลยกะจะเล่าเรื่องแทนภาพแล้วกัน  อย่างแรกก็รีบจองตั๋วรถทัวร์ หาดใหญ่-สิงคโปร์ สำหรับวันเดินทางกลับของปาง  เลือกที่นั่งที่ดีที่สุดบนรถ ได้ที่นั่งเดี่ยว เพราะเขามีทั้งแบบที่นั่งเดี่ยว และคู่ และได้เลือกเลขที่นั่งเลขที่ 9 ที่คนรับจองบอกว่า ดีที่สุด บนรถ ราคาค่าตั๋วถูกกว่าที่อื่น แค่ 750 บาท แล้วก็ถูกกว่าไปกรุงเทพฯซะอีก

 วันไปรับนายแบบที่สนามบินตอนบ่าย 2 ของวันเสาร์ขอวันที่ 8 ธันวา น้าแป๋วไปรับกับลุงขลุก

 เมื่อถึงสนามบิน ได้เวลาเครื่อง Landing แล้ว แต่ปรากฏว่าคอยอยู่หน้า Gate ตั้งนาน ไม่เห็นนายแบบออกมาซักที  มีแต่คนหน้าตาบ้านๆออกมา ไม่เห็นมีคนหน้าดีออกมาเลย

 จนเริ่มไม่แน่ใจ เลยตัดสินขึ้นไป Office สายการบินที่ชั้น 2  ให้เขาเช็ครายชื่อผู้โดยสารเที่ยวบินนี้ ว่ามีชื่อ Jon Jonsson หรือเปล่า?

 แต่กลายเป็นว่า เราต้องโดนสอบสวนแทนว่า เป็นอะไรกับผู้โดยสาร และต้องตอบคำถามอีกฯลฯ จนเริ่มรมณ์บ่จอย จากนางเอกเริ่มกลายเป็นนางร้ายแล้ว

 เขาก็รีบจัดการเช็คให้และบอกว่ามีรายชื่อ Jon มากับเที่ยวบินนี้ด้วย

 จากนั้นก็รีบลงมาด้านล่าง  ปรากฏว่าเห็นปางเดินคุยกับลุงขลุกอยู่แล้ว พอเรียก ปางหันมา ทำหน้างงเล็กน้อย คงนึกในใจว่ายัยป้านี่เป็นใคร?

 เพราะปางเคยเห็นน้าแป๋วตั้งแต่ตอนอายุแค่ 6 ขวบเท่านั้น

 พอบอกว่า "น้าแป๋ว" ปางก็เริ่มจำได้ กอดกันเบาๆ หลานชายบอกว่า ที่ออกมาช้า เพราะอิมมิเกรชั่น ทำงานช้า มากก!! จากนั้นก็พากันขึ้นรถ ที่จอดอยู่ที่ร้านจอดรถ

 หลานชายหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวตัวเล็กกว่าในรูป

 ก่อนไปสงขลาก็แวะเอาตั๋วรถทัวร์ และ พาปางไปดู มอ. ตาม request (ของแม่นายแบบนะ ไม่ใช่ตัวนายแบบ)

 ลุงขลุกขับรถเวียนไปมาจนหลง เพราะหาคณะที่แม่นายแบบเคยสอนไม่เจอ สภาพสถานที่เปลี่ยนไปมากจนงง

 สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับสงขลาดีกว่า ดูท่าทางนายแบบเอง ก็เฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนัก

 ระหว่างทางเจอตลาดนัดแถวน้ำกระจาย ลุงขลุกเลยแวะซื้อทุเรียนบ้าน ให้หลายชายลองชิม แม่ค้าแอบมองหน้านายแบบ แล้วบอกว่า “หลอจัง”

 เมื่อมาถึงสงขลา แวะซื้อแกงมัสมั่นเมืองคอน และซื้อยา เพราะนายแบบมีอาการไอ มีเสมหะ จากนั้นกก็กลับบ้านพบกับคุณยาย ที่นั่งคอยอยู่แล้ว กอด ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ

 ที่บ้านเขารูปช้าง ทั้งคุณยาย ป้าติ๋ม เตรียม “Welcome Fruits” ไว้ ทั้งกล้วย มังคุด สับปะรด เงาะ มะละกอ ลองกองด้วย ดูท่าทางหลานชายจะชอบทุกอย่าง พอถามว่าชอบอะไรมากที่สุด ปรากฏว่าว่า นายแบบก็ลังเลอยู่แป๊บหนึ่ง แล้วบอกว่า เงาะ มะละกอ สับปะรด!

  ตอนค่ำลุงขลุกต้องไปงานศิษย์เก่า  วันนี้ก็ได้แค่ทานข้าวแกงอยู่ที่บ้านคุณยาย หลังอาหารน้าแป๋วพานายแบบออกไปเดินเล่นหน้าปากซอย ตามคำขอของนายแบบเอง

  นายแบบซื้อ Fisherman Friend  ยาสีฟันหลอดเล็กไว้ใช้ตอนเดินทาง และโลชั่นด้วย

  แต่กว่าจะหาโลชั่นได้นี่ยากนิดหน่อย เพราะโลชั่นในเมืองไทย มีแต่ไวเทนนิ่ง  แต่นายแบบต้องการแบบไม่มีไวเทนนิ่ง จนหาได้มายี่ห้อหนึ่ง

  ตอนค่ำในคืนแรกที่มาถึงบ้านเขารูปช้าง หลานชายเปิดคอมฯ ให้คุณยายดูภาพตอนไปเที่ยวไอซแลนด์กับอีก 2 หนุ่ม ปอ กับ ปิ่น และพยายามอธิบาย

 คอยถามน้าแป๋วเป็นระยะๆ ว่าคำนั้น คำนี้ ภาษาไทยเรียกว่าอะไร

  หลานชายกับคุณยายคุยกันพักใหญ่ โดยมีภาพถ่ายเป็นสื่อกลาง

 น้าแป๋วถามว่า อยากไปหาหมอฟันมั้ย? เพราะแม่ของปางอยากให้ปางไปหาหมอฟัน แต่ปางบอก "No  need"

 สักพัก น้าถกโทร.มาคุยด้วย

  วันรุ่งขึ้นวันที่  9 คุณยายทำ ขนมปังกับสังขยา กับนมให้กิน นายแบบฟาดไป 4 แผ่น หลังอาหารเช้า ลุงขลุก กับป้าติ๋มพานายแบบไปตลาดนัดวันอาทิตย์

  หลานชายกลับมาเล่าว่า ลุงขลุกซื้อน้ำมะพร้าวอ่อน ราคาแค่ลูกละ 10 บาทให้กิน “อร่อยมาก”  ที่สิงคโปร์ ราคาลูกละ 2 เหรียญ หรือประมาณ 50 บาท

 และเล่าว่ายังเคยซื้อทุเรียนที่สิงคโปร์อีกด้วยแต่แพงกว่าเมืองไทยเยอะมากด้วย

  จากนั้นลุงขลุกก็ขับรถ พานายแบบไปเวียนดูกรมหลวงชุมพรฯ  แต่ไม่รู้บอกถูกหรือเปล่าว่าเป็นใคร เห็นกลับมาบอกให้น้าแป๋วช่วยแปลให้ฟังว่า เมื่อเช้าไปดูรูปปั้นใครมา

  เอ่อ!! นายแบบจะงงมั้ย!!

  ตอนเที่ยง ป้าติ่มพาไปเลี้ยงซึฟู้ดที่เกาะยอ ก่อนอาหาร นายแบบขอกาแฟ เพราะบอกว่า เมื่อเช้าคุณยายให้ดื่มนม และนึกว่าที่บ้านไม่มีกาแฟ 

  นายแบบเอนจอยอิทติ้งมาก ซดต้มยำกุ้งอย่างอร่อย  เพิ่งรู้ว่าหลานชายกินเผ็ดได้อีกด้วย

 พอกลับมาคุณยายก็ทำข้าวเหนียวทุเรียนให้กินอีก นายแบบกินได้อีก กินได้ตลอด  ทั้งผลไม้ สับปะรด มะละกอ ด้วยความที่อยากกิน ข้าวเหนียวมะม่วง เมื่อไม่มี นายแบบเลยเกิดไอเดีย ตักข้าวหนียวเปล่าๆ  แล้วเอามากินกับมะละกอ สับปะรด แถมบอกว่า “อร่อยครับ” อีกด้วย

 ช่วงบ่ายได้ก็เล่นกีร์ต้ากับลุงขลุก ซึ่งปกติเวลานี้ จะเป็นเวลาเฝ้าพระอินทร์ช่วงบ่ายกัน  นายแบบเลยฆ่าเวลาด้วยการเล่นเน็ต อ่านหนังสือ คุยกับคุณยาย รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง  แต่คิดว่า หนักไปทางไม่รู้เรื่องมากกว่า แต่คุณยายพยายามหาอุปกรณ์มาช่วย อย่าง หาอัลบั้มรูปเก่าๆ มาให้หลานชายดู แล้วชี้ๆๆ แล้วพูดเป็นภาษาไทยออกมา ฝ่ายหลานชายก็ พยักหน้าโอเค ไปตามเรื่อง พยายามจะเข้าใจในสิ่งที่คุณยายพูด!

  ตอนเย็นลุงขลุกกับน้าแป๋ว พาหลานชายไปเดินถนนคนเดิน ซื้อขนมไทย  ให้ลองกินหลายอย่าง นายแบบกินได้ทุกอย่าง  น้าแป๋วซื้อเสื้อ สงขลา ให้ตัวหนึ่ง ไว้ใส่ตอนเดินทางกลับ

  เดินไปสักพัก นายแบบเหลือบไปเห็นเสื้อเพ้นท์ลาย “When you smile, you’re gay” อะไรทำนองนี้แหละ ให้เพื่อนที่เมกา ซื้อพลางหัวเราะพลาง

  เพราะวัยใกล้เคียงกัน เลย get มุก กัน!

  แล้วก็มาถึงวันที่ 10 ที่หลานชายจะต้องเดินทางกลับ ลุงขลุกพาหลานชายไปแต่เช้า ไปขับรถเวียนดูชาวประมง ดูเรือหางยาวแบบไทยๆ ลุงขลุกมาเล่าว่าชาวประมงก็บอกว่า “หลอจัง” เหมือนกัน

  ลุงขลุก กลับมาเล่าว่า พาหลานชายไปเดินหา ข้าวเหนียวมะม่วงกันจะทั่วตลาด แต่ไม่มีเลย มีแต่มะม่วง เพราะข้าวเหนียวมะม่วง จะมีเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น

  ขากลับก็แวะซื้อข้าวคลุกกะปิมากินกันที่บ้านคนละกล่อง แต่เห็นป้าติ๋มเล่าว่าหลานชายกินไปกล่องครึ่ง!! พอกินข้าวเสร็จเพิ่งรู้ว่า มือถือป้าติ๋ม ถ่ายรูปได้ ก็เลยถ่ายกัน 2-3 รูป

  หลังอาหารเช้า คุณยายเอาถุงขนมปังให้หลานชายไว้กินบนรถ แต่หลานชายบอกไม่ต้อง เพราะไม่อยากขนเสบียง เพราะกระเป๋าเต็มแล้ว

 พอได้เวลาเดินทาง หลายชายเข้าไปลาคุณยายที่นั่งรอส่งที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน  ลูบหน้าลูบหลังกันพักหนึ่ง แล้วคุณยายก็พูด “กู๊ดลั้ก” ได้ข่าวแอบถามป้าติ๋มไว้แล้ว

  ลุงขลุก ป้าติ่ม น้าแป๋ว ไปส่งหลานชายที่หาดใหญ่  ก็จัดการแลกเงินจากบาทเป็นริงกิต เพื่อใช้ระหว่างทาง 505 บาท แลกได้ 50 ริงกิต

  หลานชายยังเหลือเงินไทยอีก 200 บาท อยากใช้ให้หมด ก็เลยแวะไปซื้อ Fisherman Friend น้ำดื่ม และ เบียร์สิงห์ จนหมดเงินสกุลบาท

  จนได้เวลาเดินทาง ก็ถ่ายรูปจากมือถือป้าติ๋มอีก รูปสองรูป นายแบบก็ขึ้น บ๊าย บายกัน รถออกประมาณ บ่ายโมง ถึงสิงคโปร์ประมาณตี 5...

  น้าแป๋วเล่าเท่าที่นึกได้ อาจมีตกหล่อนรายละเอียดไปบ้าง

  ส่วนเรื่องรูปจากมือถือป้าติ๋ม กำลังหาทางดีงเข้าคอมฯ เพราะป้าติ่มก็ไม่ค่อยว่าง  ได้มาเมื่อไหร่ จะส่งมาให้อีกครั้ง.

  ลุงขลุก กับป้าติ๋มฝากบอกว่า อยากให้มาเที่ยวกันแบบพร้อมหน้า พร้อมตากันมากกว่า จะได้สนุกกว่านี้ เพราะมาทีละคนๆ ทั้งหลานๆจากทั้งในและต่างประเทศ หลานๆอาจเบื่อได้ เพราะไม่มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันคอยคุยด้วย และคนขับรถ คนพาเที่ยว จะได้พาเที่ยวแบบรวดเดียวเลย เพราะแต่ละคน ก็ร่วงโรยลงมากสมควร น้าแป๋วเองก็เริ่มเบื่อเรื่องเที่ยวแล้วเหมือนกัน..

  วันนี้คิมห์ โทร. มาถามว่าทำไมปางไม่ไปกรุงเทพฯด้วย อยากเจอ ทางสุพรรณฯก็อยากให้ปางไปเที่ยวเหมือนกัน น้าถก อยากให้น้องนัทฝึกภาษาอังกฤษ

 แต่เวลาแค่ 2 วัน คงไม่พอ หลานทางภาคกลางเลยบ่นเสียดายกันเป็นแถว … 

 (เล่าเพิ่มเติม)

  หลานชายบอกว่า ถ้าจะเดินทางท่องเที่ยว อยากไปเที่ยวบ้านเกิดของ พ่อ กับ แม่  Iceland กับ Thailand มากกว่าที่จะท่องเที่ยวไปแถวยุโรป

  พอแอบถามว่า ไปสิงคโปร์มา ได้เจอผู้หญิงเอเซีย อยากรู้ว่า สาวเอเซีย กับสาวยุโรป ในสายตาของปาง สาวโซนไหนมีเสน่ห์ กว่ากัน หลานชายยิ้มแบบอายๆ แล้วตอบว่า สาวยุโรป จะคุยได้เข้าใจกว่า สวยกว่าด้วย

  ตอนหลานชายโชว์ภาพถ่ายที่เคยไปเที่ยวให้ดู มีภาพแฟนเก่าติดอยู่ด้วย หลานชายบอกว่า นี่คือ..My ex-girlfriends น้าแป๋วเลยแซวว่า มีแฟนเก่าหลายคนจัง?

  ตอนน้าแป๋วพาไปดูนางเงือก เดินคุยไปเรื่อย หลานชายบอกทะเลไม่ค่อยมีคลื่นเล่นเซิร์ฟบอร์ไม่ได้  เมื่อถามถีงชายหาดที่สิงคโปร์ ปางบอกว่า ดู Fake ๆ เพราะต้องนำเข้าทราย จากที่อื่น ไม่เป็นธรรมชาติ

  ตอนไปส่งที่ Office ขายตั๋ว เพื่อรอขึ้นรถบัส ระหว่างรอรถ  หลานชายเห็นฝรั่งยืนซดเบียร์ ต่อหน้าต่อตา เลยเกิดเปรี้ยวปาก หันมาถามน้าแป๋ว เขาจะดื่มเบียร์ก่อนซักกระป๋องได้มั้ยน้าแป๋วเลยบอกว่า.."โอเค ตามสบายเลย ถ้าแม่ยูไม่อยู่ที่นี่ ก็ไม่มีใครห้ามหรอก"

  อ่อ!!~ หลานชาย ฟันขาวสะอาด ไม่ได้เซอร์เหมือนทรงผม บุคลิกไม่ได้เหมือนพวกฝรั่งทั่วไป แต่ดูเรียบๆกึ่งๆระหว่างฝรั่งกับเอเซีย หรืออาจเป็นเพราะอยู่ท่ามกลางญาติๆสูงอายุก็ได้ เลยดูเกรงอกเกรงใจ ค่อนข้างเรียบร้อยหน่อย...

  (นึกได้แค่นี้ ไว้นึกได้ค่อยมาต่ออีก)


น้าแป๋ว

๑๑ ธันวาคม ๒๐๑๒




          

                                              
                                               

No comments: