กิจกรรมบนเรือ
คืนแรก
มีขบวนพาเหรดรับแขก แต่ละคืนแขกจะได้รับรายการมีกิจกรรมพิมพ์แจกแต่ละห้องเพื่อให้วางแผนล่วงหน้า
ก่อนที่จะแวะที่ไหน ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้นให้อ่าน กิจกรรมบนเรือมีให้เลือกหลากหลายตามความสนใจของทุกวัย
ทุกคืน นอกจากมีการบรรยายจากนักวิทยาศาตร์แล้ว ก็มีรายการพบกัปตันเรือ แนะนำลูกเรือที่ทำหน้าที่สำคัญๆ
เช่น วิศวกรเครื่องยนต์ วิศวกรสิ่งแวดล้อม หัวหน้าฝ่ายอาหารและบริการ ตอบคำถามสดจากผู้โดยสารที่สนใจ
ช่างถาม มีการแนะนำเรื่องเบาๆที่น่ารู้ เช่นเรื่องช็อกโกเล็ต การเล่นบริดจ์ เลือกกล้องถ่ายรูป
การทายปัญหาความรู้รอบตัว ทายปัญหาเพลง สอนเต้นรำ ประมูลภาพเขียน การแสดงพับผ้าขนหนูเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ที่เคยเห็นจากห้องพักแต่ละคืน
สำหรับเด็กๆก็มีการประกวดความสามารถพิเศษที่ทุกคนเป็นผู้ชนะ การเล่นกิจกรรมซ่อนหาสำหรับทุกคนในครอบครัว
ด้านกีฬา เล่นได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นกอล์ฟ วอลเล่ย์บอล ปีนผาหิน ใครจะไปออกกำลังก็ได้ ทุกเช้า ไปร่วมยืดเส้นยืดสาย เต้นแอโรบิคก็มีครูให้ ใครใคร่จะเดินหรือวิ่งตามลู่ก็ได้ บางคนชอบสเก็ตน้ำแข็ง ก็มีลานน้ำแข็ง และสองวันก่อนกลับ มีโชว์ สเก็ตน้ำแข็งด้วย
ด้านบันเทิง
นอกจากหนังฉาย การทุกคืน เต้นรำ ร้องเพลง เล่าเรื่องตลก เป็นต้น แต่ที่สนุกที่สุด คือ
เกมส์สดที่แขกเข้าร่วม คือเกมส์ทายใจฟื้นความหลังคู่สามีภรรยา ทั้งที่กำลังอยู่ระหว่างดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์
คู่ที่แต่งงานกันมานานนับ ๕๐-๖๐ปี พิธีกรก็ช่างสรรหาคำถาม คำตอบออกตรงความจริง ทั้งน่าฟัง
ตลกและน่าคิด เช่น คำถามถามสามีว่า ภรรยาใส่บรายี่ห้ออะไร คนหนึ่งบอกขนาดเล็กถึงกลาง
อีกคนบอกว่าขนาดเต็มไม้เต็มมือ ไม่มีสามีคนไหนระบุเบอร์ได้
พิธีกรถามคู่แต่งงานมาตั้ง ๖๕ ปีว่า มีเคล็ดลับอะไรหรือที่อยู่กันได้มาจนป่านนี้ และยังดูรักใคร่สนใจไยดีกัน ทั้งคู่ตอบว่า ต่างฝ่ายต่างทำให้ชีวิตมีความหมายขึ้น คติสอนใจดีๆมาจากคนธรรมดารอบข้างเรานี่เอง
บางคนอาจจะเลือกแต่งงานบนเรือ มีงานเลี้ยง และดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์เสร็จ แขกที่ไปก็ไม่ต้องพักผ่อนไปในตัว บนเรือมีห้องบาร์ ไนท์คลับ ฟลอร์เต้นรำ และใช้ทำพิธีทางศาสนาบนเรือด้วย
เกมส์ที่โปกฮาสุดๆ
คือ การทำตามคำสั่งแข่งเวลา ผู้ชมทุกคนมีส่วนร่วมและอยู่เป็นทีม คำสั่งแปลกๆ เช่น ให้ไปเอาฟันปลอม
หรือบรามาห้าตัว อะไรทำนองนั้น เพื่อนร่วมทีมต่างให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เป็นการแสดงถึงสปิริตทีมที่ไม่ต้องมาอายเขินกัน
เกมส์ขำขันอย่างอื่น ก็เช่น ประกวดขาอ่อนของผู้ชายริมสระน้ำ และกระโดดน้ำเพื่อดูว่าคนไหนทำให้น้ำกระเพื่อมมาที่สุด
กิจกรรมสนุกที่กลายมาเป็นเรื่องบันเทิงคือการประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ
ร้องกันสนุกๆ บ้าง ผู้ได้รับรางวัลที่หนึ่งเสียงราวกับนักร้องอาชีพทีเดียว นอกจากนั้น
ตามฟลอร์เต้นรำ ก็จะมีแมวมองจากเรือไปคอยดู คู่ไหนเป็นนักเต้นรำสมัครเล่นที่เท้าไฟ
ก็จะได้รับการคัดเลือกมาสองคู่ มีนักเต้นรำอาชีพสองคนฝึกให้ในระยะวันสองวัน มีช่างวัดตัวออกแบบชุดเต้นรำชุดพิเศษ
พอคืนวันสุดท้าย ซึ่งมีการเต้นรำตามแต่ละยุค นักเต้นรำสมัครเล่นสองคู่ ก็จะมีเต้นโชว์คั่นรายการ
หลังจากนั้น ผู้ชมจะโหวตโดยการปรบมือให้ว่า คู่ไหนเต้นได้โดนใจที่สุด ก็จะได้รับเสียงปรบมือกึกก้องกว่าอีกคู่
นี่เป็นการแข่งระหว่างครูผู้ฝึกสอนที่เป็นนักเต้นรำอาชีพไปในที
ระหว่างที่อยู่บนเรือ
มีกล้องคอยบันทึกเวลามีกิจกรรมต่างๆ พอวันสุดท้าย กิจกรรม บันเทิงต่างก็ได้รับการถ่ายลงซีดีขายให้ผู้โดยสารเป็นที่ระลึกเตือนวันเวลาที่ไปโดยสารเรือ
ไม่เลวเลย แต่ละคืน มีตากล้องมืออาชีพรับถ่ายรูปด้วย
อาหารบนเรือ
ค่าอาหารรวมอยู่ในค่าโดยสารแล้ว
ลองดูสถิติ แต่ละเที่ยวเห็นว่าต้องเสิร์ฟอาหารกันเยอะแยะ เช่น เนื้อ ถึง ๙,๐๐๐
กก. ไข่เกือบ ๓,๐๐๐
ฟอง บนเรือนี่ เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ ห้องอาหารตักเองหรือบุฟเฟ่ต์ ชื่อ วินด์แจมเมอร์
เปิดเกือบจะทั้งวัน มีอาหารให้เลือกหลากหลาย รวมทั้งอาหาร จานด่วนเช่น แฮมเบอร์เกอร์
มันฝรั่งทอด พิซซ่า แซนวิช อาหารเจ และผัดแบบเอเซียรวมอยู่ด้วย
นอกจากนี้ ก็มีของหวานอร่อยๆ ส่วนอาหารที่มีคุณค่ามากทางโภชนาการ เช่นสลัดผัก ผลไม้สดมีให้เสมอ
อยู่บนเรือ ไม่อด และจะไม่มีใครรู้สึกหิว ถ้าคอแห้งหน่อยไปกดไอศครีมใส่ถ้วยกรอบได้ บางคืน มีบุฟเฟ่ต์กลางดึก เต้นรำบนดาดฟ้าใต้แสงดาว
แสงจันทร์
ตอนดึกคืนก่อนวันกลับเทียบท่า มีการจัดอาหาร
ของหวานผลไม้ ให้ผู้โดยสารชมฮือฮาจนเพลินตา ชมเสร็จ ก็เชิญชวนให้เพลินลิ้น เพลินท้องต่อ
ใครอยากได้สูตรไปทำเองที่บ้าน เขามีตำราทำอาหารขาย ก่อนวันโชว์อาหารพ่อครัวใหญ่สาธิตการทำอาหาร
และลูกมือสาธิตการแกะสลักผักผลไม้
หากจะเลือกนั่งโต๊ะ
สั่งอาหาร ตอนอาหารเที่ยงหรืออาหารเย็น มีภัตตาคาร ๓-๔ แห่งให้เลือก เฉพาะอาหารเย็น
ซึ่งนั่งที่ไหน กับแขกคนไหน ก็ต้องนั่งที่นั่นประจำทุกคืน คืนไหนพิเศษที่ต้องแต่งตัวชุดราตรี เสื้อนอก หรือทักซีโด
อาหารก็พิเศษตามไปด้วย ด้านเมนูอาหารมีให้เลือกรวมทั้งอาหารแคลอรี่ต่ำสำหรับผู้ที่ระวังเรื่องสุขภาพและรูปทรง
ถ้าอยากจะให้หรูขึ้นไปอีก ก็ไปรับประทานที่ห้องอาหารอิตาเลียนซึ่งต้องจองล่วงหน้า และเสียเงินเพิ่มอีกคนละ
๒๐ เหรียญไม่รวมเครื่องดื่ม ภาษีหรือทิป เสียเงินเพิ่มอย่างนี้ อะไรๆก็เลิศขึ้นเป็นธรรมดา
ไหนๆไปแล้ว ก็อดไปลองด้วยไม่ได้ ต้องบอกว่าคุ้ม
โต๊ะอาหารเย็นที่เรานั่ง
มีบริกรเป็นหนุ่มอินเดียจากเมืองโกอานามกรว่า อาร์วิน และผู้ช่วยบริกรเป็นหนุ่มฟิลิปปินส์
คล่องแคล่ว แสนที่จะเป็นมิตรคอยเอาใจดูแล เห็นว่า เงินเดือนน่ะไม่ค่อยเท่าไรหรอก แต่ได้ค่าทิปจากแขกเอาการอยู่
บริกรอาร์วินเล่าให้ฟังว่าทำงานทีละ ๖ เดือนแล้วบินกลับไปพัก ๒ เดือน รายได้ทั้งหมดมากพอที่จะส่งเสียเลี้ยงดูอีก
๗ คน ประกอบด้วย เมีย ลูก ป้า แม่ เวลากลับบ้าน ทุกคนปรนนิบัติอย่างดี
“งั้นก็เป็นนายของบ้าน
น่ะซี” คนถามหยอด
“ไม่ใช่หรอก
แม่ก็แม่ ต้องให้ความนับถือ ” อาร์วินตอบ
บริกรทั้งหลายเป็นคนมีการศึกษา ที่มาทำงานอย่างนี้ เพราะนอกจากเงินดี ได้ท่องเที่ยว แถมได้รู้จักแขก ซึ่งแต่ละคนดูจะเอ็นดูบริกรกัน ไม่จู้จี้ ถือตน คืนก่อนสุดท้าย บริกรนานาชาติทุกคนรวมใจเดินแถวร้องเพลงถือธงประเทศ แขกชอบใจปรบมือ ให้กำลังบริกรโต๊ะของตนกันใหญ่
© 2009 Nanna Jonsson












