Friday, May 1, 2026

11. สอนภาษาไทยฝรั่ง: หนาว

 11.  หนาว


                                       

    นักเรียนที่มาเรียนภาษาไทย บางคนก็เพื่อที่จะไปทำงานที่เมืองไทย บ้างก็ไม่เคยเหยียบย่างออกนอกประเทศเลย บางคนเคยไปมาแล้ว อาจจะไปเที่ยวส่วนตัวหรือเคยไปฝึกร่วมกับทหารต่างประเทศรวมทั้งที่เมืองไทยมาหลายครั้ง

     ส่วนใหญ่นักเรียนที่ไปเมืองไทยมา ก็จะรู้ คำว่า สวัสดีครับ ขอบคุณครับ พร้อมนำคำ สถานที่ที่ไปมาและประสบการณ์มาเล่าให้เพื่อนๆฟังกัน 

     นักเรียนคนหนึ่งเล่าให้ฟังถึงสถานที่ที่เคยไปเที่ยวมาเรื่องหมู่บ้านเต่า หมู่บ้านงูในภาคอิสาน หมู่บ้านเต่านั้น ชาวบ้านเลี้ยงเต่าพันธุ์ต่างๆ ขนาดต่างๆ ส่วนหมู่บ้านงูก็เฉกเดียวกัน ชาวบ้านเลี้ยงงูเล็ก งูใหญ่ กระทั่งงูเห่า หรือจงอาง แถมยังมีการแสดงหมองู รวมเรื่องหมองูตายเพราะงูมาแล้ว เพื่อนฟังหูห้อยกันตามๆกันด้วยความทึ่ง

     อีกคนหนึ่ง เอ่ยคำพังเพยที่เรียนจากทหารไทยว่า ผักชีโรยหน้า ประทับใจครูไม่คลาย แม้ในใจจะนึกว่าสาเหตุที่นักเรียนรู้คำนี้มาคงจะไม่น่าภูมิใจสักเท่าไร แต่รู้ไว้ดีแล้ว เพราะอาจจะใช้ได้อีกเวลาไปเมืองไทยคราวต่อไป

     บางคนได้ภาษาไทยมาอย่างงูๆปลาๆ ก็อดอวดภูมิไม่ได้ ผมรู้ เวลาเรียกให้คนเสิร์ฟเก็บเงิน ต้องพูดว่า เช็กบิน  (เช็คบิล) ครูจะสอนอย่างอื่นให้ เช่น  น้องช่วยเก็บเงินหน่อย ก็ไม่อยากจะรับ พูด เช็กบินคนไทยรู้เรื่องกันดีแล้ว จะหาคำใหม่ยุ่งๆ ยาวๆใส่สมองให้หนักทำไม ครูต้องทั้งกล่อมทั้งขู่ หากมาเรียนที่นี่ ต้องเรียนให้เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่งั้น สอบวัดความรู้ปลายปีไม่ผ่าน เบี้ยเลี้ยงที่จะได้เนื่องจากมีความรู้ด้านภาษาถึงระดับจะพลอยอดไปด้วย

     จัสตินหรือชาญณรงค์ นักเรียนทหารเรืออีกคน ที่ไม่เคยเยื้องกรายออกต่างประเทศเลย ไกลที่สุดที่เคยไปก็แค่รัฐฮาวายเท่านั้น แต่รายนี้ เคยเรียนภาษาเกาหลีมาก่อน เลยรู้วิธีการเรียน ทั้งยังแต่งงานกับสาวลาวที่อพยพมาอยู่ที่อเมริกาพร้อมกับครอบครัวตั้งแต่อายุสี่ซ้าห้าขวบ และพอจะเข้าใจภาษาไทยบ้างเพราะเคยดูหนัง แต่ไม่ได้รู้ลึกหรือพูดได้ ส่วนพ่อของเธอเคยอยู่เมืองไทยมาหลายปี และชอบดูหนังไทย จึงพูดไทยได้

    เมื่อครั้งชาญณรงค์เคยไปเยี่ยมเยียนครอบครัวภรรยาที่ต่างรัฐ พ่อตาบอกให้ลูกสาวเรียกชาญณรงค์ไปกินข้าว

 ไปเอิ้นแฟนมากินเข่า  

 ผัว บ่ใช่แฟน ลูกสาวแก้ 

 พอเรียนถึงบทเกี่ยวกับครอบครัว แต่งงาน สามี ภรรยา ผัว เมีย แฟน ชาญณรงค์เลยร้องอ๋อ ตอนนี้ เข้าใจภาษาไทยและภาษาลาวดีกว่าภรรยาแล้ว คำว่า แฟนในภาษาไทย ภาษาลาวรุ่นใหม่ มีความหมายตั้งแต่คนชอบพอกันจนกระทั่งผัวเมียที่แต่งงานกันแล้ว ไม่ใช่แค่แฟน ในความหมาย คนรักใคร่ชอบพอกัน ซึ่งตรงกับคำว่า ผู้บ่าวผู้สาว ตามภาษาลาวเท่านั้น ตอนนี้ชาญณรงค์ ไปไกล และรู้ความหมายของคำว่า กิ๊ก แล้ว

 ตอนได้ข่าวว่าจะได้มาเรียนภาษาไทย ชาญณรงค์ก็เตรียมตัว เรียนภาษาไทยจากเว็บไซต์ต่างๆ พอตอนเริ่มเรียนจริงๆจึงไปไกลกว่าเพื่อน ในห้อง พยัญชนะเขียนได้ อ่านได้หมด วลาพูด หลุดเป็นภาษาลาวบ่อยๆ แต่ไม่นานก็แยกถูก ทั้งยังโทรคุยเป็นภาษาไทยกับพ่อตาบ่อยๆ ชื่อชาญณรงค์นี่ ก็เป็นชื่อที่พ่อตาตั้งให้

     ความที่ชอบดูหนัง ชาญณรงค์ อุตส่าห์สั่งซื้อหนังมาจากเมืองไทย ดูไป เรียนไป ได้ภาษาจากหนังได้เยอะ สามารถท่องออกมาได้เป็นประโยคยาวๆและแยกแยะไวยากรณ์และแปลได้ถูก อย่างเช่น พอดูหนังเรื่อง หมานคร ชาญณรงค์เอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

     สักวันหนึ่งตื่นขึ้นมา แล้วจะรู้ว่า หางงอกออกมาจากก้น 

     ความสนใจ บวกมีหัวเรื่องภาษา พอชาญณรงค์เรียนภาษาไทยไปได้แค่สามเดือน จึงลองฝึกแปลหนังได้เป็นเรื่องๆ แถมเล่าเรื่องหนังเป็นฉากๆ เป็นภาษาไทยจนคนไทยบางคนอาย

     ชาญณรงค์เคยถามครูเป็นภาษาไทยอย่างกระดากๆว่า กะหลี่ เป็นคำไม่ดีใช่มั้ยครับ?

     ตอนแรก ครูปยภา นึกว่า ชาญณรงค์หมายถึง กาลี เลยอธิบายไปยกใหญ่เรื่องเจ้าแม่กาลี

     ครูที่อยู่มาก่อนซึ่งยืนอยู่ด้วยเข้าใจทันที ชาญณรงค์คงได้คำนี้มาจากหนัง และ ดาราที่พูดคงจะออกเสียง ร. เป็นล. ตามเคย

  อ๋อ จริงๆแล้ว ควรจะออกเสียงว่า กะหรี่ พร้อมแปลความหมายเป็นภาษาอังกฤษให้ฟัง มาจากคำว่า แกงกะหรี่ ไง

     แปลกดี

     คงจะทั้งเผ็ดและทั้งร้อนเหมือนกัน

     ครั้งหนึ่ง ชาญณรงค์ไปเยี่ยมครอบครัวภรรยาที่ต่างรัฐ แม่ยายกำลังสับไก่เตรียมทำอาหารอยู่ในครัว

     กำลังทำอะไรอยู่ครับ? ชาญณรงค์ถามแม่ยายเป็นภาษาอังกฤษ

       แม้แม่ยายจะอยู่ที่อเมริกามานาน แต่คำศัพท์เฉพาะเรื่องกรรมวิธีทำอาหารเช่น หั่น ซอย หรือสับ ไม่เคยต้องใช้ เลยไม่ทราบ



     ไอ แอม ฟักกิ้งไก่  แม่ยายตอบเป็นภาษาอังกฤษปนภาษาลาว

     ทีแรกลูกเขยคงงงเป็นไก่ตาแตกเพราะลักษณะไม่บอกสักนิดว่ากำลังทำอย่างที่พูด แต่ในที่สุดก็หัวเราะออกมาได้ ตอนนี้ได้ศัพท์คำใหม่ภาษาลาวอีกแล้ว

     มาถึงตอนพี่น้องชาวอิสานหรือลาวต้องร้องอ๋อ ฟัก แปลว่า สับ นั่นเอง เสียงเดียวกันนี้ภาษาอังกฤษแปลว่า สังวาส

     แม้จะพูดภาษาไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ ทว่ามีความพยายามสื่อสาร ผิดนิด เปิ่นหน่อยไม่มีใครถือสา แถมพอถึงบางอ้อ กลายเป็นเรื่องหรรษา ชวนเพลิน

    ทว่า สำหรับนักเรียนอีกคนหนึ่ง กลับตาลปัตร

     นักเรียนหนุ่มนามกรว่า สก็อตต์หรือมีชื่อภาษาไทยว่า สกล เป็นนักเรียนอีกคนที่เคยไปฝึกเมืองไทยหลายครั้ง ไปตั้งแต่ไม่เคยรู้ภาษาไทยสักคำ ไปแต่ละทีก็ได้มาคำสองคำ หลายครั้งก็หลายคำ ในที่สุดก็ขอมาเรียนภาษาไทยเสียเลยจะได้รู้เรื่องรู้ราว

     คำว่า กระเทย หรือ ตบสลบไสล  จั๊กจี้ สก็อตต์หรือพ่อสกลตัวดีนี่แหละที่นำมาเผยแพร่ รวมทั้ง สถานที่ที่เรียกว่า ซอยคาวบอย แต่ละคำที่พ่อเจ้าประคุณนำมาขยาย แค่ได้ยิน แทบจะไม่ต้องถามว่าไปเรียนรู้ได้ยังไง มาจากไหน แต่ไม่เป็นไร ก็จากคนไทย และเมืองไทยเหมือนกัน

    แต่หลังๆมานี่สก็อตต์ออกจะเงียบๆ ไม่มีคำใหม่ๆออกมาอาจเป็นเพราะไม่มีอะไรอีก หรือเพราะการเรียนเริ่มยากขึ้น หรือไม่คงถูกทั้งเพื่อนทั้งครูแซวว่าไปได้คำภาษาไทยมาจากไหน คำถามที่สก็อตต์มักจะถามครูบ่อยๆ จะเข้าทำนองว่า คำนี้เป็นคำสุภาพไหม ใช้ยังไง เพราะคราวนี้ หากจบหลักสูตรจากที่นี่ ตนจะรับหน้าที่เป็นล่ามให้นายทหารยศสูงอเมริกัน ซึ่งงานที่เป็นลักษณะที่เป็นตัวแทนประเทศ คงไม่อยากจะปล่อยไก่

     เมื่อถึงบทเรียนเกี่ยวกับฤดูที่นักเรียนชอบออกเสียงว่า ระดู ครูเลยแนะนำคำที่ว่า หน้า ที่ใช้กันบ่อยๆแทน พร้อมอธิบายคำศัพท์สภาพอากาศที่นำมาเรียกฤดู เช่น ฝน แห้งแล้ง เย็น หนาว 

    พอได้ยินคำว่า หนาว และรู้คำแปลเท่านั้น สก๊อตต์กุมหัวร้อง 

    โอ โน . . พร้อมหัวเราะหึหึคนเดียว ทำตัวเป็นปริศนา  

    เพื่อนๆและครู ต่างคิดว่า สก็อตต์คงเห็นว่าตลก  เพราะคนไทย รวมทั้งครูไทยขี้หนาว เย็นนิดเย็นหน่อย สวมเสื้อหนา แถมบู๊ทอีก และคนที่เคยไปเมืองไทยมาแล้วมักจะเถียงว่า ฤดูในประเทศไทยหาใช่มีฤดูร้อน  ฤดูฝน ฤดูหนาวดั่งที่ครูบอกไม่ มีแค่หน้าร้อน  ร้อนมาก  และร้อนที่สุดเท่านั้น  

     แต่เรื่องนี้คำว่า หนาว เป็นปริศนาอยู่ไม่นาน

     เรื่องของเรื่องคือ ครั้งหนึ่งตอนสก็อตต์ไปเมืองไทย ได้ไปเที่ยวบาร์ประสาหนุ่ม หิ้วสาวบริการมาค้างคืนที่โรงแรม สาวนี้คงพูดอังกฤษไม่ได้มาก สก็อตต์ยังไม่เข้าใจภาษาไทยทั้งพูดไทยยังไม่ได้ แต่นั่นแหละ ธุรกิจประเภทไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ อย่างที่ว่ากัน ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงมาก ประสาประเวณีมีทั่วทุกตัวสัตว์  

     พอเข้าห้อง จัดการเปิดแอร์เอาเสียให้เย็นฉ่ำใจ ให้หายทั้งร้อนอากาศ และอารมณ์ ได้ที่ สก๊อตต์เองคงกลัดมันมานาน เตรียมจัดการเก็บดอกเบี้ย  

    “Now?”  สก็อตต์ถาม ออกเสียง นาว แต่พอเป็นเชิงคำถามหรือขอความเห็นชอบในทีก็ตวัดเสียงสูง เป็น หนาว หมายความว่าพ่อยอดชายจะเริ่มบรรเลงแล้วล่ะนะ

     สาวน้อยเออออห่อหมกไปด้วย

     อีกไม่นานต่อมา สาวน้อยซึ่งคงยังไม่มีอะไรหุ้มห่อตัวมาก ตามประสาคนไทยๆโดยทั่วไปแสนขี้หนาวอยู่ พอจะนอนไม่ว่าจะร้อนจะหนาวขอห่มผ้าไว้ก่อน  สาวน้อยเลยดึงผ้าห่มมาห่ม

     หนาว สาวน้อยบ่น  

     สก็อตต์กำลังสลึมสลือกำลังจะหลับ พอได้ยินเข้า นึกว่าสาวน้อยร้องขอจะเอาอีก เลยจัดการสนองตอบตามสุภาพบุรษที่ไม่ปล่อยคู่ขา ค้างเติ่ง

     แอร์ที่เปิดไว้จุดเย็นเริ่มทำงานได้ที่  คนที่ไม่เคยนอนห้องแอร์เย็นเฉียบครั้นจะบอกแขกให้ปิดให้ผ่อนก็ใช่ที่ มิใช่ว่าเพราะเกรงใจประสาคนไทยอะไรหรอก แต่ไม่รู้จะหืออย่างไรให้แขกฝรั่งนี่ทราบ

     หนา . . .ว  สาวน้อยสั่นสะท้านบ่น พูดได้แค่นั้น

    อุว้ะ!  อีกแล้วเหรอ  สก๊อตต์ นึกในใจ  ดูซีคงอยากจนตัวสั่น

     สก็อตต์เลยสนองตอบอีก

     ลองคิดดูก็แล้วกัน แอร์เปิดไว้เย็นฉ่ำทั้งคืน  และสาวน้อยร้อง หนาว หนาวอยู่ได้คำเดียวเท่านั้นทั้งคืน  สก็อตต์ไม่ขัดศรัทธาทุกครั้ง  

     กว่าจะถึงเช้าก็คงตาโบ๋กันตามๆ

     ฝ่ายสาวน้อยคงคิดว่า อีตาฝรั่งนี่ไม่รู้อดอยากมาจากไหน  ฝ่ายสก็อตต์เองคงคิดว่าแม่สาวนี้ถ้าไม่ตะกละเหลือทนก็คงเฉียดฮิสทีเรีย

     นี่เอง ที่เป็นเหตุเบื้องหลังที่ทำให้สก็อตต์กุมขมับและก๊ากออกมาเมื่อได้เรียนความหมายของ คำว่า หนาว เป็นครั้งแรก




                                        👥👥👥


No comments: