Friday, May 1, 2026

04. สอนไทยฝรั่ง: เมื่อครูสะอึก

 4.  เมื่อครูสะอึก


 แม้จะเคยเป็นครูมาก่อน แต่จำได้ว่า ครั้งแรกที่เข้าห้องเรียน กลัวแทบแย่ แม้จะเตรียมแล้วเตรียมอีก มาครั้งนี้ อดหวาดผวาไม่ได้ เพราะไม่เคยสอนภาษาไทยให้คนต่างชาติที่เป็นกิจลักษณะอย่าง เลยต้องไปหาข้อมูลจากครูคนอื่น

 ปัทโธ่. . . มันจะยากตรงไหน  สอนภาษาเราเอง จบป. ๔ ก็สอนได้  ครูชายท่านหนึ่งบอก  ถ้าหวังจะปลอบ ท่านก็ทำได้สำเร็จ  แต่ออกจะห่อเหี่ยวภูมิความรู้ที่พอจะมีบ้างดูไร้ความหมายไปเสียถนัด   

 ถ้าพูดอย่างนั้นแสดงว่าไม่รู้เรื่องการสอนจริง  ครูสตรีวัยเลยกลางคน ซึ่งอยู่ ณ ที่นั้นด้วยได้ยินและมาบอกให้ฟังตอนหลัง  เธอมีภูมิ มีประสบการณ์การสอนมามาก  ท่านได้พูดถึงหลักทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งทั้งน่ากลัวและน่าท้าทายคราวเดียวกัน

 เวลาอยู่ในชั้น  ครูต้องใหญ่กว่านักเรียน ท่านแนะนำต่อ ครูท่านนี้ เป็นผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ แต่ยังแข็งแรงและกระฉับกระเฉง แม้ท่านอยู่ที่นี่มานาน แต่พูดจาชัดถ้อยชัดคำทั้งไทยอังกฤษ เวลาพูดไทยก็เคยไม่เคยได้ยินคำฝรั่งติดเลย แถมได้ความแจ่มแจ้ง จนผู้เขียนออกจะนึกละอายตัวเองอยู่ครามครัน พูดไทยคำฝรั่งคำ ไม่ใช่ว่าเพราะอยากจะโก้เก๋อะไรหรอก แต่นึกคำที่เข้าท่า ถึงแก่นไม่ได้ทั้งสองภาษา ต้องดูท่านเป็นตัวอย่าง

 นักเรียนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นทหารผู้ชาย ยศต่ำ ยศสูงคละกันไป จนกระทั่งถึงระดับพันโท พันเอก

ถ้ายศระดับพันเอกนี่ ก็เท่ากับผู้บังคับการสถาบัน นัมเบอร์วันของสถาบันฯ

อย่ายอมให้นักเรียนเบ่งยศใส่  ถ้ามาทำขี้เกียจเวลาเรียนล่ะก็ อาเรื่องเลย”  ครูที่เคยสอนมานมนามแนะนำ ท่านเป็นครูที่เฮี้ยบน่าดู

ผู้เขียนอดเปรยถามความเห็น ความรู้สึกเกี่ยวกับการเรียนการสอนจากคุณรัชนูไม่ได้  เธอเป็นครูรุ่นคุณน้า ซึ่งนั่งห้องทำงานเดียวกัน

จะว่าง่ายก็ง่าย  จะว่ายากก็ยากนะฮะ  คุณรัชนูออกความเห็น  ก็สอนภาษาเราเอง  อันนี้ง่าย เพราะเรารู้เรื่องดีที่สุด แต่มาสอนนักเรียนผู้ใหญ่นี่นะฮะ บางทีก็ลำบากลำบากใจ เหมือนกัน”   

จำไม่ได้ว่าถามต่อหรือว่าลำบากใจเรื่องอะไร

ที่จริงคุณรัชนูไม่ได้เป็นครูเก่าดั้งเดิม  เธอสอนมาก่อนปีสองปี  และเคยเข้าๆออกตามความจำเป็นและต้องการ เธอเองร่ำเรียนมาทางรัฐศาสตร์สมัยสาวๆตอนที่จุฬาฯยัง เห่อเรื่องดาวๆ กันอยู่ ณ กาลครั้งหนึ่งก่อนจะเข้าสมัยกูเป็นนิสิตนักศึกษาโน่น

คุณรัชนูเคยเป็นทหารหญิงเก่ายศร้อยโทแต่งงานกับนายทหารอเมริกันที่ได้พบกันตอนที่เขาส่งเธอมาเรียนภาษาอังกฤษที่รัฐเท็กซัส  จากนั้นเธอก็ใช้ชีวิตคุณนายแม่บ้านโยกย้ายตามสามีไปโน่นไปนี่ ทั้งในประเทศสหรัฐฯ และต่างประเทศรวมทั้งที่เมืองไทสมัยหลังสงครามเวียดนามหมาดๆ

 วันแรกที่ครูใหม่เริ่มไปทำงาน  หัวหน้านักเรียนหนุ่มยศพันตรีเข้ามาหาคุณรัชนูซึ่งเป็นครูประจำชั้นที่ห้องทำงาน  คุณรัชนูเลยแนะให้รู้จัก  นักเรียนหนุ่มยศพันตรีดูหัวเถิกๆ วัยก็คงพอๆ กับครูใหท่ เลยยกมือไหว้เป็นทำตัวอย่างเสียหน่อย แต่นักเรียนหนุ่มน้อยนี้ไหว้กลับมาพร้อมๆกัน

ครูไม่ไหว้นักเรียนก่อนฮ่ะ  คุณรัชนูสั่งสอนครูใหม่เมื่อนักเรียนคล้อยหลังไป  

การสอนของครูค่อยไปค่อยไป  นักเรียนทุกคนสุภาพ ผู้เขียนค่อยคลายความกลัว  แถมเขาส่งไปฝึกสอนเพิ่มเติมอีกสองอาทิตย์เพื่อให้รู้จักแบบแผนที่ปฏิบัติกันตามระบบที่นี่  ทำให้เกิดความเชื่อมั่นขึ้น  ชักเริ่มจะสนุกแล้วสิ

ครั้งหนึ่ง  นักเรียนอีกคนหนึ่งเข้ามาถาม 

ฉะหมะฮะ  นี่แปลว่าอะไรครับ” 

ได้ยินมาจากไหน  ครูงงเป็นไก่ตาแตก  พยายามออกเสียงตาม นึกว่านักเรียนออกเสียงเพี้ยนแต่จนมุม 

จากคุณรัชนู  เธอพูดคำนี้ตลอดเวลา  นักเรียนยืนยัน 

ยกตัวอย่างที่ใช้ซิ”  

จำไม่ได้ครับ ได้ยินแต่ว่าจบลงด้วย ฉะหมะฮะ ทุกทีจนติดหู

พอเลียนเสียงตามอีกทีเลยถึงบางอ้อ 

ก็มาจากใช่มั้ยคะ นั่นแหละ แล้วก็มีกลืนคำ และใช้ฮะ แทนคะหรือครับ” เป็นวิธีการพูดเฉพาะตัวตามปกติวิสัยของคุณรัชนูและคนไทยบางคน ครูใหม่เลยได้บทเรียนที่จะสอดแทรกสอนต่อไปชั้นหลังๆ 

เนื่องจากภาษาไทยเป็นส่วนเล็กๆของสถาบันภาษาต่างประเทศของกระทรวง กลาโหมสหรัฐฯ  นักเรียนทุกคนที่มาเรียนเป็นทหาร  มีตั้งแต่ทหารใหม่ที่เพิ่งจบมัธยมและผ่านการฝึกเบื้องต้น  จ่าอาวุโส ไปจนถึงนายทหารสัญญาบัตรซึ่งอาจจะได้รับปริญญาตรีหรือโทและเคยประจำมาหลายแห่งหลายประเทศ ถ้าเป็นทหารใหม่ มักจะผ่านการทดสอบทักษะการเรียนภาษา แล้วจะถูกส่งไปเรียนภาษาที่จัดระดับความยากง่าย ใช้วลาลดหลั่นกันไป การจัดระดับความยากง่ายของภาษาในที่นี้ โดยใช้สำหรับคนอเมริกันที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก ภาษาที่จัดว่ายาก ก็อย่างเช่น ภาษาจีน ญุี่ปุ่น เกาหลี อาหรับ ทีง่ายหน่อยก็อย่างเช่น ภาษาสเปน ส่วนภาษาไทย ระัดับความยากปานกลางครอนไปทางยาก แต่ทั้งนี้ ทั้ง ัดมีการคำนึงถึงความต้องการของหน่วยงานที่แต่ละนายสังกัด 

ก่อนนักเรียนเริ่มชั้นใหม่  พวกครูก็จะได้รายชื่อนักเรียน  ตอนนี้เองก็จะทราบว่า คนไหนมาจากเหล่าไหน  ยศอะไร  เรื่องยศนี้ ทราบได้จากอักษรย่อ  ถ้าเป็นตัวอี  (E) ภาษาอังกฤษและตามหลังด้วยเลข ๑ ถึง ๙ ก็แสดงว่านายทหารชั้นประทวน  ถ้าอักษรย่อเป็นตัวโอ (O) ตามด้วยเลข ก็แสดงว่าเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร 

อีกอาทิตย์  คุณรัชนูจะมีนักเรียนชั้นใหม่  หนุ่มคนหนึ่งเข้ามาหาคุณรัชนูแนะนำตนเองบอกว่าจะมาเรียนภาษาไทย

ผมชื่อแลนดี้   แรนดี้เริ่มอวดทักษะพูดภาษาไทย  

พอเห็นคุณรัชนูทำหน้างงๆ  นักเรียนยิ้ม แล้วอธิบายความ 

ที่จริงผมชื่อ แรนดิ  นักเรียนออกเสียงชื่อตามภาษาอังกฤษ แต่เวลาไปเมืองไทย ใครๆ เรียกผมว่า แลนดี้  แรนดี้ออกเสียง ดี้ เสียงโทอย่างชัดเจน

ผมเป็นทหารเหลือ  แรนดี้เริ่มพูดภาษาไทยต่อ  ความที่เคยคุ้นกับฝรั่งพูดไทยคุณรัชนูดูจะเข้าใจดีว่า แท้ที่จริง  เขาหมายความว่า  ผมเป็นทหารเรือ แต่คุณรัชนูจับได้ทันทีว่า แรนดี้ ไม่ได้เรียนภาษาไทยกับที่ครูมืออาชีพ แต่หากจากคนไทยโดยทั่วไปที่มักออกเสียง ร เป็น ล ที่ทำให้คนฟังต้องเดาเป็นบางครั้ง  ส่วนเรื่องเสียงวรรณยุกต์นั่น ธรรมดา เธอไม่ได้แก้แต่อย่างใด เพียงแต่พยักหน้ารับรู้อย่างสุภาพ 

แรนดี้ บอกว่าดีอกดีใจที่ได้มาเรียนภาษาไทยเพราะพยายามขออนุญาตจากหน่วยมาหลายครั้ง  และนอยากจะเรียนรู้เรื่องภาษาวัฒนธรรมมานาน 

เมียผมเป็นคนไทย  แรนดี้จ้อภาษาไทยเหมือนท่องจำต่ออย่างภูมิอกภูมิใจ  

 คุณรัชนูสะอึกครั้งแรก  ที่นี่สถาบันเคยสอนแต่คำว่า ภรรยา 

คุณมียศอะไรฮะ?”  คุณรัชนูถาม  แรนดี้แต่งตัวธรรมดา เลยไม่มีเครื่องหมายบอกยศ 

แรนดี้ไม่เข้าใจ คุณรัชนูเลยเปลี่ยนถามเป็นภาษาอังกฤษ
 
       อีห่า  แรนดี้ตอบอย่างภาคภูมิใจ ตัวอี คือตัวย่อยศนายทหารชั้นประทวนส่วนและห่านั้น  เขาหมายถึงห้าซึ่งแสดงระดับเงินเดือน แต่เพี้ยนไม้โทเป็นไม้เอกไปนิดเดียว 

คุณรัชนูสะอึกเป็นครั้งที่สอง
 
แรนดี้เริ่มกระท่อนกระแท่นแสดงภูมิ ที่เคยเซ้าซี้ให้เมียสอนให้  คุณรัชนูเข้าใจบ้างไม่เข้าใจ บ้าง พยายามถามเป็นภาษาไทยง่ายๆ  

เวลาไม่เข้าใจ ต้องพูดภาษาไทยยังไง?”  แรนดี้ถามเป็นภาษาอังกฤษ  

กรุณาพูดอีกทีได้ไหมครับ?’” คุณรัชนูบอกเป็นภาษาไทย บทสนทนาที่สอนๆกัน เป็นทางการมาก

เมื่อถึงตอนนี้  ทั้งคำถามและคำอธิบายเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ

แปลว่าอะไรครับ?”  แรนดี้ถาม

 คุณรัชนูแปลให้ฟัง

ยากจัง  มีที่สั้นๆง่ายๆกว่านี้ไหมครับ?” แรนดี้ถามต่อ

 ใช้  อะไรนะครับ? แทนก็ได้   ว่าแล้วคุณรัชนูก็แปลความหมายให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษ  

 “ ‘นะครับ’ แปลว่าอะไร? แรนดี้อยากรู้

 คุณรัชนูอธิบายคำสร้อยสุภาพแสดงเพศของผู้พูดให้ฟังเป็นอังกฤษปนภาษาไทย บางครั้ง บางคนจะใช้ฮะ หรือนะฮะ  ชายใช้ได้ หญิงใช้ดี เพศที่สามก็ใช้ด้วย  

 เคยได้ยินภรรยา . . . เอ้อ . .  เมียคุณพูดอย่างนี้หรือเปล่า?”  คุณรัชนูถาม

 ไม่เคย แรนดี้ตอบ  แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เธอพูดเวลาผมถาม ผมจำได้ขึ้นใจ

 เค้าชอบพูดยังไงล่ะคะ? คุณรัชนูถาม เตรียมฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

 เมียชอบพูดว่า ไอ้ห่  อัลไลวะ!?’”  แรนดี้เลียนเสียงเป็นภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 คุณรัชนูสะอึกเป็นครั้งที่สาม





                                         👥👥👥

No comments: