Friday, May 1, 2026

02. สอนภาษาไทยฝรั่ง: เรื่อง ร ล

 2. เรื่อง ร ล



เรื่องหนึ่งที่นักเรียนอเมริกันออกเสียงเก่งกว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็เรื่อง ร ล และตัวควบกล้ำ  

 มีนักเรียนคนหนึ่ง พอมาเรียนวันแรก ก็แนะนำตัวเป็นเป็นภาษาไทย

 ผมชื่อ ลิก  

 พอถามไถ่ก็ได้ความว่า ชื่อ ริค แต่พ่อเจ้าประคุณเคยไปเมืองไทยหลายครั้ง พอบอกชื่อว่า ริค ทีใด คนไทยเรียกกลับมาว่า อ๋อ  ลิก ทุกที  เจ้าตัวเลยเหมาเอามาเป็นชื่อซะเลย

 
    บางคน เรียนไปได้หน่อย เกิดรู้สึกอยากไปเที่ยวเมืองไทย  จะไปลองของว่าอย่างนั้นเถอะ  มีโอกาส ก็จะช่วงปิดเทอม  
 
    กลับมาก็ได้รับรายงานว่า พอไปเมืองไทย โดนคนไทยปากหวานชมกัน และพูดอะไรเป็นที่เข้าใจหมดเลย เสียงเพี้ยนไปหน่อก็มิได้เป็นปัญหา แต่พอคนไทยพูดออกมาเท่านั้นล่ะ งง เต้กเลย  ทำไมพูดไม่เหมือนครู พวกครูเลยถูกตัดพ้อต่อว่า
 
    อย่างคำว่าไม่เป็นไร’  ”คนไทย พูดกันว่า ไม่เป็นไล’  กันทั้งน้าน

    คนไทยไม่พูดว่า ครับ ได้ยินแต่  คับ คับ นักเรียนรายงานต่อ
 
    ครูเลยต้องอธิบายกันยืดยาว  โดยยกการบรรยายลักษณะทางด้านภาษาศาสตร์ ซึ่งก็อาจจะใช้ตามภาษาที่ชาวบ้านพูดๆ กันทั่วๆไป ตามธรรมดา ที่ ร หรือคำควบกล้ำหดหายไปหมดแล้ว แต่ถ้าจะอยากจะใช้ภาษาไทยที่เป็นมาตรฐานอย่างเช่น ผู้รายงานข่าวชั้นแนวหน้า คนได้รับการศึกษาพูดอย่างเป็นงานเป็นการ เพราะฉะนั้นพึงพูดให้ถูกแบบแผนไว้ก่อน
 
    จะว่าไปเรื่องนี่เป็นเรื่อง ร ล และควบกล้ำนี่ ดูออกจะหดหายไปทุกวัน  พอพูดภาษาอื่น จึงเลยพลอยหดไปด้วย   
 
    แม้แต่ครูก็เถอะพยายามนักพยายามหนา ออกเสียงให้ชัด ตัว ร  ล และควบกล้ำ แต่อดเผลอไม่ได้  
 
    ครูท่านหนี่ง ได้ชื่อว่าเสียงเพราะ เสียงใส และพูดจาได้จังหวะจะโคนดี แต่พอออกเสียงคำว่า ภรรยาแล้วตกม้าตายทุกที เพราะเธอออกเสียงว่า พัน-ละ-ยา ทุกครั้ง ถ้ากลัวจะกระดิกไม่ทัน ถ้าเลี่ยงไปออกเสียงว่า พัน-ยา คงเหมาะกว่า
 
    ความที่กระดิกลิ้นไม่ทัน พลอยทำให้การออกเสียงภาษาที่สองหรือภาษาต่างประเทศมีปัญหาไปด้วย อย่างเช่น คำว่า หลักสูตร ที่ภาษาอังกฤษว่า Curriculum คุณครูอีกท่านออกเสียง เป็นเคอลิกคิลั่ม ทุกที
 
    ถ้าจะว่าตามหลักภาษาศาสตร์แบบบรรยาย ก็ต้องว่าไปตามความเป็นจริงที่ใช้กันทั่วๆไป  ชาวบ้านใช้ยังไง สอนยังงั้น หนุ่มไทยพูด คับ คับ ก็ฝรั่งใช้คับ คับตาม อยากเรียก ฝรั่ง ว่าฝลั่ง ก็ตามใจ จะใช้ ไม่เป็นไล ก็ไม่เป็นไร  แต่กำลังเรียนกำลังสอนภาษาไทย  ถ้าจะให้ดี ต้องสอนระดับมาตรฐานไว้ก่อน ดูโฆษกกรมประชาสัมพันธ์ หรือ โทรทัศน์ที่อ่านข่าว  รัวลิ้นเก่งกันทุกคน  ส่วนเรื่องที่จะเอาตามชาวบ้านพูดกัน ต้องอธิบายให้ฟัง และหาตัวอย่างมาประกอบ การพูดนั้นมีหลายระดับ หลายแบบตามลักษณะภาษาศาตร์เชิงสังคม คือต้องคำนึงถึงผู้ฟัง เพศ วัย สถานะและกาลเทศะและปัจจัยอีกหลายประการ ถึงแม้คนไทยหรือครูไทยที่มาอยู่เมืองนอกเมืองนามานาน เวลาพูดอังกฤษ โกอิ้งทู ออกเสียงเป็น กอนนา ตามแบบฝรั่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น การออกเสียงเช่นใด พึงคำนึง คำนึงถึงปัจจัยต่างๆที่กล่าวถึง  
 
    ครูเก่าท่านหนึ่งเป็นลูกครึ่งไทย ครึ่งฝรั่ง เธอมีความเป็นไทยเต็มตัว เพราะเกิดโตและเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทย ทั้งยังเคยเป็นหัวหน้าแผนกภาษาไทยที่สถาบันรุ่นบุกเบิกจนถึงรุ่นเฟื่องฟู  แต่เกษียณไปก่อนที่จะเข้าไปทำงาน ได้แต่ก็เคยได้ยินใครๆเรียกชื่อท่านว่า โทลา   อือม์ . . . ชื่อแปลกแฮะ  เลยอดถามคนเรียกไม่ได้ว่า ชื่อนี้แปลว่าอะไร
 
    ก็ไม่รู้  เป็นชื่อฝรั่งที่พ่อเค้าตั้งให้ คือคำอธิบาย  พอซักไซร้ไล่เลียง ได้รับทราบประวัติก็เลยเข้าใจ คุณพ่อเธอเป็นชาวเดนมาร์ก กลุ่มสแกนนิเวียน ชื่อเธอเป็นภาษาสแกนดิเนเวียนว่า โธรา สะกดว่า Thora   สะกดตามภาษานอร์ส ก็ใช้ตัวที่คล้ายตัว ตัวนี้เองที่ป็นมาเป็นตัว  t ในภาษาอังกฤษ ตอนหลัง  ก็คงจะมาจากเทพโธร์ของเทพนิยายไวกิ้งนั่นแหละ แต่ลากข้างประ อา เป็น โธร่า  เพราะเป็นชื่อผู้หญิง  และเป็นชื่อที่ใช้กันมาก อาจจะเป็นชื่อคุณย่าหรือพี่น้องฝ่ายคุณพ่อเธอก็เป็นได้  เพราะธรรมเนียมในกลุ่มประเทศตะวันตกส่วนใหญ่นิยมตั้งชื่อตามบรรพบุรุษกันทั้งนั้น
 
    การเรียนภาษาก็ต้องพยายามหาโอกาสฝึกกับเจ้าของภาษา  อันว่าสหรัฐฯ ได้ชื่อว่ามีคนต่างชาติ ต่างภาษามารวมกันมา โดยเฉพาะรัฐแคลิฟอร์เนีย บางภาษา โชคดีหน่อย  มีโอกาสได้ไปทัศนศึกษา  เช่นภาษาจีน ก็ไปแถวเมืองจีนที่ซานฟรานซิสโกที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ชุมชนชาวญวนที่อพยพมาตอนสงครามเวียดนามใกล้ๆ ก็มี  ส่วนของภาษาไทย ที่ใกล้หน่อย และสะดวกหน่อยก็ไปร้านอาหารไทยในเมืองซึ่งมีอยู่สองสามร้าน  หรือไม่ก็ไปวัดแถวซานฟรานซิสโกหรือที่เรียกกันว่า เบย์แอเรีย  ไปเรียนรู้เรื่องศาสนาบ้าง  ฝึกสมาธิบ้าง  ซึ่งอุบาสก อุบาสิกาของวัดมักจะจัดเลี้ยงอาหาร และมาคุยด้วย จะให้ไปถึงเมืองแอลเอ ไทยทาวน์นั้นดูจะไกลไปหน่อย นอกจากวันดีคืนดี นักเรียนอุตส่าห์ดั้นด้นขวนขวายไปตอนวันหยุด เพื่อซ้อมฝีปากหรือลองของว่ายังงั้นเถอะ
 
    นักเรียนมักจะมีเรื่องสนุกมารายงานเสมอ ส่วนใหญ่ คนไทยก็มักแปลกใจที่เห็นฝรั่งพูดไทย เพราะดูจะไม่ค่อยมี หรือถ้ามีก็ไม่ค่อยพูดให้ได้ยินได้ฟังกัน พอฝรั่งพูดไทยหลงมาทีจึงอดสอดแทรกถามด้วยความอยากรู้ตามประสาคนไทยที่มักจะรู้สึกยินดีที่คนชาติอื่นสนอกสนอก สนใจเรียนภาษาอย่างจริงๆ จังๆ  คำถามก็อย่างเช่น เรียนภาษาไทยที่ไหน  เรียนมานานเท่าไร ใครสอน  จะเรียนนานเท่าไร  ยากไหม อะไรทำนองนั้น
 
    พูดเหมือนกับบทสนทนาออกมาจากตำราเลย  นักเรียนคนหนึ่งรายงาน รายนี้ภูมิใจมาก เพราะเรียนมาไม่กี่อาทิตย์ เข้าใจคำถาม ตอบได้หมด  คนไทยแสนดีก็ยิ้ม เสียงจะเพี้ยนไปหน่อยแต่เข้าใจ เลยเหยาะลูกยอ  นักเรียนได้กำลังใจขึ้นเยอะ
 
    อีกโอกาสหนึ่งคือ ถ้าแขกคนไทยไปเยี่ยม  ทางครูจะพยายามหาโอกาสให้ไปพูดคุยภาษาไทยกับนักเรียนอาจจะเป็นนักศึกษาที่ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยใกล้ๆ บ้าง ทหารไทยที่มาเป็นนักศึกษาบ้าง หรือไม่ก็เป็นครูอาจารย์ที่มาโครงการแลกเปลี่ยนบ้าง คนไทยที่ได้รับเชิญมาเป็นแขกคุยเป็นภาษาไทย  ส่วนใหญ่พูดชัด มีคำใหม่ๆ สะแลง ทันสมัยมาสอนให้นักเรียนอยู่เนืองๆ
 
    ครั้งหนึ่งนักเรียนได้ฟังชื่อเต็มของกรุงเทพฯ สดๆ จากปากของสาวไทย เธอมาเรียนปริญญาโทแถวๆนี้ การพูดจาเข้าระดับมาตรฐาน
 
    เท่าที่สังเกต  ทหารตำรวจส่วนมากที่เคยพบเคยเห็น เห็นแต่งยศ เต็มเครื่องดูสง่าผ่าเผย ทว่า เวลา ออกเสียง ร ล เหมือนกันไปหมด แถมไม่มี ควบกล้ำ  
 
      ครั้งหนึ่ง มีแขกเป็นทหารอากาศไทย  ซึ่งมาธุระราชการ  มีทั้งนายทหาร และทหารชั้นประทวน นี่เป็นโอกาสดีที่สุด  เพราะสดๆ ร้อนๆ มาจากเมืองไทย แถมเป็นทหารเหมือนกัน ทางแผนกภาษาไทย 
เลยถือโอกาสเชิญมาเพื่อมาร่วมรับประทานอาหาร และคุยเป็นภาษาไทยกับนักเรียน  
 
    หลังจากรับประทานอาหาร มีผลัดกันแนะนำตัวเวียนกันไปพูดภาษาไทย ระบุยศด้วย เรื่องยศทหารทุกเหล่านี่ นักเรียนทุกคนเรียนรู้มาแล้วทั้งนั้น
 
    ถึงคราวแนะนำ นายทหารอากาศไทยหนุ่มนายหนึ่งลุกยืนอย่างสง่าผ่าเผยสมชายชาติทหาร


    ผม เลืออากาศตีนักลบ  เคือนะลงฮะ เลียกชื่อเล่นว่า ตึ๋ง ก็ได้นะฮะ . . . 
 
    ได้ยินแล้ว ความสง่าผึ่งผายแบบฉบับชายชาติทหารหายไปอย่างฉับพลัน



                                        👥👥👥

No comments: