8. เสียดายฌัค
ขนาดเราๆ เรียนภาษาอังกฤษมาเป็นสิบปีๆยังพูดกันงูๆ ปลาๆ
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าลองลงทุนเอานักเรียนเข้าห้องมาจัดสอนภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นอย่างเป็นระบบสักปี น่าจะได้ผลคุ้มค่า ไม่ต้องเสียเงินส่งไปเรียนเมืองนอกเมืองนาให้เสียดุลย์
ผู้ที่มาเรียนส่วนใหญ่ได้รับการทดสอบความถนัดทางภาษามาแล้ว จึงจับมาเรียนถ้าเป็นเด็กหนุ่มๆหน่อยที่เพิ่งจบจากไฮสกูล ส่วนใหญ่หัวจะไว สอนหน่อยเดียว ทั้งอ่านและพูดฉอดๆ น่าชื่นใจ ทว่าปัญหาคือ เด็กหนุ่มๆออกจะกะพร่องกะแพร่งเรื่องความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มน้อยวัยกระทงปนกระทิง บ้างเพิ่งพ้นอกพ่อแม่จบมัธยม เพิ่งเข้าทหาร บ้างก็มีปัญหาครอบครัวติดตัวมาแล้ว ส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กอยู่นั่นแหละ หัวหน้าหน่วยทหาร ต้องคุมเข้มเหมือนผู้คุมนักโทษทีเดียว
เรื่องเรียนภาษาใหม่นี่ ยิ่งแก่ยิ่งยากที่จะเรียน เคยเห็นมาบ้างเป็นประปรายอยู่คนสองคน ที่เห็นว่าการมาเรียนคือ การมาพักร้อน เพราะบางทีแอบหนีไปเล่นกอล์ฟบ้าง แถวนี้ มีสนามกอล์ฟไม่รู้กี่สิบแห่ง แถมอากาศที่นี่ สดใสทั้งปี มีหมอกหน่อยก็ตอนเช้าๆ บางคนขอเรียนแค่ต่อราคาของได้ อ้าว . . .โดนเรียกตัวให้รับงานใหม่เสียกลางคันเสียนี่
บางคนสอนก็แล้วติวก็แล้วยังจำแบบได้หน้าลืมหลัง แต่ยังมีความพากเพียรอุตสาหะ เจออย่างนี้ครูเหนื่อยหน่อย แต่ต้องนิยมความอุตสาหะ สอนไม่ยั้งเหมือนกัน เหนื่อยเป็นเหนื่อยไม่เกี่ยง
มีบางคนที่เรียนไม่ไหวจริงๆ เช่นแยกเสียงไม่ได้เลยว่าเสียงไหนเป็นเสียงสูง เสียงไหนเป็นเสียงต่ำ จำต้องเชิญให้ออกหรือไปเรียนภาษาอื่นที่คล้ายๆภาษาอังกฤษแทน
ชีวิตส่วนตัว หรือหลังเลิกเรียนจะเป็นยังไงไม่ทราบ แต่เท่าที่ทราบ ส่วนใหญ่เวลาอยู่ในห้องเรียน เพราะนักเรียนมักจะสุภาพ และอ่อนน้อม ที่อวดโอ้ เรื่องมาก แก้อะไรไม่ได้ก็หลงมาบ้าง นานๆครั้ง
หลังจากนักเรียนรุ่นที่ผีหนู เรียนจบ รับประกาศนียบัตรไปแล้ว ก็มีนักเรียนชั้นใหม่มาแทน ชั้นนี้มีอยู่แค่ 6 คน มีนายทหาร ยศพันตรีเป็นหัวหน้าชั้น และใจดี ดูแลลูกน้องโดยใช้พระคุณแทนพระเดช ว่ายังงั้นเถอะ ไม่ค่อยเข้มงวด หรือเบ่งใส่ทหารยศน้อยกว่าเหมือนจ่าบางคน ส่วนนักเรียนที่เหลือ เป็นนักเรียนทหารชั้นประทวนที่ระดับสิบเอก จนถึงจ่าอาวุโส และมีหนุ่มหน้าตาเด็กที่สุด ยศต่ำที่สุดคนหนึ่งนามกรว่า ฌัค
เมื่อนักเรียนชั้นนี้มาได้เรียนอาทิตย์เต็มๆ ก็จัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันต้อนรับ ตอนนั้น นักเรียนแต่ละคนจะแนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยว่า ผมชื่อ . . . นามสกุล . . . มาจากเมือง . . . รัฐ . . . ไหนอะไรทำนองนั้น
นักเรียนคนอื่นๆ ออกเสียงกันว่า ผมชู่ (ชื่อ) . . . มาจะมวง (เมือง) . . . แร้ด (รัฐ) . . . จะมีก็แต่ ฌัค ที่ออกเสียงสระ วรรณยุกต์ได้อย่างชัดแจ๋ว พ่อหนุ่มคนนี้มีแววไปได้สวยแน่
ที่จริง ชื่อนักเรียนคนนี้ ครูสะกดว่า ชัค เหมือน ชัค นอริส ดาราหนังบู๊ ชื่อภาษาไทยว่า ชัชชัย เนื่องจากเวลาเรียกว่า ชัค เพราะชวนให้นึกถึงคำว่า ตายชัก ชักหน้าไม่ถึงหลัง ชักดาบ หรือ ชักว่าว โดยเฉพาะคำว่า ชักว่าวนี้ ค่อนข้างจะทำให้ตะขิดตะขวงใจครูบางคน
เรื่องของเรื่องก็คือ ในบทเรียนบทหนึ่ง มีบทฟังบทอ่านเรื่องประวัติและการละเล่นว่าวในเมืองไทย ตอนชั้นผีหนูกำลังเรียนบทนี้อยู่ ครูมหาจำเริญตามบรรดาครูเรียกกันบางครั้งเป็นคนสอน หมดชั่วโมง ครูรัชนูเข้าไปสอนต่อ ได้ยินนักเรียนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเอิ้กอ้าก ล้อทับถมเพื่อนกันเอง ได้ยินแว่วๆว่า ชักว่าว ครูรัชนูจึงเลยปะติดปะต่อได้ว่า ครูมหาจำเริญเพิ่งอธิบายสำนวน ชักว่าว ด้วย
“สอนอะไรไปไม่รู้” ครูรัชนูบ่น
“รู้ไว้ใช่ว่า และจะได้ระวัง ไม่ต้องปล่อยไก่ทีหลัง” ครูร่วมห้องแก้ให้ จะว่าไปก็เป็นการแก้ง่วงได้ดี เวลาบอกคำอะไรที่ต้องห้ามหรือสัปดน นักเรียนมักจะหูผึ่กันจัง ทั้งยังจำแม่น แถมชอบฝึกใช้ลับหลังครู อย่างคำนี้ แสนจะจำง่าย นึกถึงชื่อ ชัก แล้วร้อง ว้าว ได้เรื่อง
“คำอะไรที่น่าจะรู้ กลับไม่จำ” ครูรัชนูกระปอดกระแปดต่อ
บรรดาครูผู้หญิง จึงเรียกมักจะเรียก ฌัค ว่า ชัชชัย มาตลอด
แต่มาวันหนึ่ง เรียนถึง ฌ เฌอ พ่อหนุ่มน้อยถามครูว่า
“ผมจะใช้ตัว ฌ. สะกดชื่อ แทน ช ช้างจะได้ไหม?”
อืมม์ ก็ครูบอกเองนี่นะว่า เจ้า ฌ นี่ ไม่ค่อยจะได้ใช้ มิหนำซ้ำ ภาษาไทยเรียก ต้นไม้ ไม่ใช่ เฌอ ตามภาษาเขมรอย่างที่เห็นในรูปตอนเรียนตัวตัวพยัญชนะ
“เท่าที่เห็น เขามักจะใช้ ฌ สะกดชื่อแทนเสียงช.ยาวๆ สั่นๆ คล้าย sh แต่ชื่อยู ออกเป็นเสียงช ธรรมดา ch” ครูอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างชื่อที่ดูโก้เก๋ เช่น ฌ้คหรือ ฌาคส์ ชีรัค ชื่ออดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส ดาราหนังรุ่นเดอะ ฌอน คอนเนอรี่ หรือ ฌอง-คล้อด (ไม่งั้นจะเป็น ช่องคลอด) แวน แดมม์ ดาราคิกบ็อกซิ่งชาวเบลเยี่ยม หรือ ฌอง- ฌาคส์ รุสโซ ปราชญ์ฝรั่งเศสสมัยศตวรรษที่สิบแปดโน่น
“จริงแล้ว นี่เป็นชื่อของเรา จะสะกดยังไงก็ได้” ครูว่า ดีเหมือนกัน พยัญชนะมี อยู่ครูอุตส่าห์สอน หาเรื่องใช้เสียบ้าง ไม่งั้นมีไว้ทำไม
ขนาดเรามีเสียงพยัญชนะตรงกับคำที่ถอดเสียง ยังดันเลี่ยงไปใช้เสียงอื่น อย่างเช่น สะกดเป็นวอชิงตัน หรือ มอนตาน่า ซึ่งความจริง น่าจะใช้ ท. แทน ต. จะได้ออกเสียงได้ใกล้เคียงมากขึ้น
ชัค เลยเป็น ฌัค ตั้งแต่วันนั้น
ฌ้ค(ฌาคส์) ชีรัค | ฌอง-ฌาคส์ รุสโซ | |||||
บทอ่านประกอบในบทเรียนบทหนึ่ง เป็นเรื่องประวัติและการละเล่นว่าวในเมืองไทย
ตอนชั้นผีหนูกำลังเรียนบทนี้อยู่ครูจำเริญเป็นคนสอน ครูรัชนูเข้าไปสอนต่อ บังเอิญได้ยินนักเรียนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเอิ้กอ้าก ล้อทับถมเพื่อนกันเอง ได้ยินแว่วๆว่า ชักว่าว ครูรัชนูเลยปะติดปะต่อได้ว่า ครูมหสจำเริญเพิ่งอธิบายสำนวน ชักว่าว ที่มีความหมายสัปดนด้วย มิน่า จำกันได้แม่นนัก แค่นึกชื่อ ชัก ผสมเสียงร้อง ว้าว ครูรัชนูเลยมาบ่น กระปอดกระแปด เรื่องที่ครูจำเริญไปสอนความหมายสำนวนนี้ให้ ครูเลยหาทางกันไว้ก่อนด้วยการสะกดชื่อด้วย ฌ.
ฌัค นักเรียนหนุ่มน้อยคนนี้ พอจบไฮสกูลแล้วสมัครเข้าทหาร ฝึกทหารเบื้องต้นเสร็จก็ถูกส่งมาเรียนภาษาไทยต่อ ตอนนมาใหม่ๆ ผมสั้นเกรียน เกือบโล้น พอเริ่มอ่านเริ่มเขียน พ่อฌัคคนนี้ไปลิ่วเลยเพื่อน ทั้งน้ำเสียงชัดเจนฉะฉาน ไม่ว่า เสียงไหน จะสามัญ เอก โท ตรี จัตวาไม่เคยผิดเพี้ยน ทั้งยังอ่านได้จังหวะจะโคน ถ้าหันหันหลังฟังเสียงอ่าน ไม่มีทางรู้เลยว่า เป็นนักเรียนอเมริกันที่กำลังเพิ่งเรียนอ่านภาษาไทย แม้แต่นักเรียนที่เป็นลาว หรือไทยที่เกิด หรือโตในอเมริกา ซึ่งพอพูดภาษาไทยได้ พอเริ่มอ่านเริ่มเขียนภาษาไทย ยังเผลอผันเสียงผิดบ่อยๆ
ฉะนั้น เวลาฌัคอ่าน จึงน่าฟัง เหมือนพ่อเณรน้อยสมัยก่อนที่หัดอ่านปฐม ก. กา ได้แตก นี่ถ้าได้สมภารสอนเทศน์ให้ คงเชี่ยวชาญพอๆกับพ่อเณรแก้วในกลอนเสภาขุนช้างขุนแผนนั่นทีเดียว
ความไวและความเก่งของฌัก นอกจากจะเป็นที่ชื่นชมในหมู่ครู เพื่อนๆในห้องที่ยศสูงกว่า ยอมยกนิ้วให้ พร้อมเกรงใจอยู่หน่อยๆ เวลาอยู่ในชั้น
ถึงจะเก่ง ความที่ยศน้อย ฌักมัก เจียมตัว เวลาตอบครู ตอบเพื่อน เสียงตอบก็เป็น ขอรับ ครับผม ตลอดตามธรรมเนียมทหาร เวลาเรียนในห้อง ไม่เคยเลยที่จะแสดงท่าทางอึดอัดใจไม่ทันใจเวลาเพื่อนร่วมห้องบางคนที่ช้ากว่าเพื่อน ค่อยๆอ่านแกะไปทีละตัว ขณะที่เพื่อนๆร่วมห้องคนอื่นๆแอบด่าว่า ไอ้หมอนี่ทำไมมันถึงขี้เกียจ ไม่รู้จักไปฝึกอ่านฝึก เสียเวลาชาวบ้านเขา ฌัคจึงดูจะเข้ากับเพื่อนๆได้ดี ไม่ว่าจะอยู่วัยไหน ยศใด หรือเรียนช้า เรียนเร็ว ปานใด
พอชั้นเรียนไปได้ประมาณห้าอาทิตย์ ฌักก็หายตัวไป
ครูๆ พากันแปลกใจ เพราะไม่มีวี่แววร่องรอย ว่าฌัคจะเป็นคนเหลวไหล
ถามหัวหน้าชั้นซึ่งยศสูงกว่าทุกคน และเป็นผู้ดูแลลูกน้อง ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาไปในตัวด้วย ได้รับคำตอบสั้นๆ “ออกไปแล้ว”
หนังสือที่แทงลงเบื้องบนมาก็บอกสั้นๆ “ให้ออก” แต่ไม่บอกเหตุผล
พวกครูแสนเสียดายนักเรียนหัวกะทิ ต่างพากันถามหาเหตุผลกลนัย
ครูรัชนูผู้เอ็นดูหนุ่มน้อยฌัค เคยหมายมั่นปั้นมือให้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ไปสืบทราบมาจากที่ใคร ที่ไหนไม่ทราบ ได้ความว่า พ่อหนุ่มน้อยคนเก่งคนนี้ต้องออก เพราะสูบกัญชา
“โถ แค่นี้เองเหรอ” บรรดาครูพ้อ
“คงไม่แค่นี้แหละ สำหรับนักเรียนทหาร กัญชาถือว่าเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ฌัคเคยถูกจ่าหัวหน้าจับได้ โดนคาดโทษไว้ แถมทางกองร้อยจับห่อกัญชาที่ส่งมาทางไปรษณีย์ ครั้งสุดท้ายนี่ ไปได้กัญชามาจากไหนไม่ทราบ ตัวเองสูบเองไม่พอ ยังไปคะยั้นคะยอให้เพื่อนสูบ พอจ่าจับได้ โดนเรียกไปเทศนาเตรียมทำโทษ ดันไปด่าแม่จ่าให้อีก” ครูรัชนูรายงาน
ครูต่างพาถอนใจ แสนเสียดายฌัค เออ . . . เด็กหนอเด็ก นี่คงจะเป็นฤทธิ์กัญชา ที่สูบเแล้วตาลายเห็นช้างตัวโตเท่าควายอย่างเพลงสมัยเก่าก่อนว่าไว้ แต่ทำยังไงได้ กฎก็ต้องเป็นกฎ
ทุกครั้งที่นักเรียนเรียนอ่านมาถึงบทที่อักษรสูงผสม สระอำ ไอ ใอ เอา . . . และอ่านอย่างตะกุกตะกัก ครูอดนึกเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ เสียงอ่านอย่างฉะฉานของฌัคยังก้องอยู่ในหูเสมอ
. . . เขาขำไฝเขา เผาเถาเฉาเฉา เหาไหไสเสา ไถเถาใสใส ไขไหเหาเขา . . .
👥👥👥

_(cropped).jpg)



No comments:
Post a Comment