Tuesday, March 24, 2026

12. สอนไทยฝรั่ง: เวรเอ๋ยเวรกรรม

 12.  เวรเอ๋ยเวรกรรม

 

มีนักเรียนสองคนชื่อคล้ายกัน แต่มาเรียนห่างกันสี่ห้าปี ชื่อฟังออกทะแม่งหูคนไทย คือคนหนึ่งชื่อ ย์ประ ย์ (ย.ยักษ์การันต์) เสียหน่อยเพื่อให้ตรงกับชื่อที่สะกด Wayne เนื่องจากชื่อนี้พ้องกับนามสกุลดาราคาวบอยดังรุ่นเดอะ จอห์น เวย์น เลยสะกดให้เหมือนกัน แม้ดูรุงรัง เวลาเรียกชื่อจะได้ไม่ผวานัก ว่ากันว่า ชื่อและนามสกุลนี้มาจากภาษาอังกฤษเก่า wagon ความหมายคือ มือเกวียน จะเป็นคนทำเกวียนหรือคนขับเกวียนก็ได้ การตั้งนามสกุลตามอาชีพบรรพบุรุษใน ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องปกติวิสัย ที่คุ้นๆก็เช่น เทเลอร์ -Tailor, สมิธ - Smith, มิลเลอร์ - Miller และ Baker -เบเกอรฺ์ ฯลฯ คนไทยรับแบบอย่างเช่นนี้มาบ้างเมื่อเริ่มใช้นามสกุล อย่างเช่น แพทยกุล พานิช วานิข เวชชาชีวะ เป็นต้น

                      จอห์น เวย์น  John Wayne

อีกคนชื่อ ดเวย์น สะกด Dwayne ออกเสียงคับปากนิดหน่อย แถมพอถอดตัวสะกด ดูพิกล ชื่อนี้บ่งบอกว่ามาจากภาษาไอริชอันมีรากเหง้าจากภาษาเก-ลิค (Gaelic) ออกเสียง ดเวย์น เหมือนกัน แต่ตัวสะกดต่างออกไป แปลว่า ผิวคล้ำ การตั้งชื่อตามสีนี่ ในภาษาอังกฤษ ออกจะคุ้นหูคุ้นตาเฉกเช่น Black, Red, White, Green  ฯลฯ เช่นเดียวที่เราเคยเรียกชื่อเล่นว่า ดำ แดง ขาว เขียว เป็นต้น ส่วนชื่อ ดเวย์น ในอเมริกาไม่ค่อยแพร่หลายนัก ที่พอรู้จักบ้าง คงไม่พ้น ดเวย์น จอห์นสัน Dwayne Johnson หรือ เดอะร้อค ดารา นักมวยปล้ำอเมริกัน

                     
                     ดเวย์น จอห์นสัน  Dwayne Johnson

ครูประจำชั้นไม่ได้ตั้งชื่อใหม่ให้ทั้งเวย์น และ ดเวย์น ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใด อาจจะเห็นว่าฟังดูเป็นไทยๆดีอยู่แล้ว


        เวย์นคนแรก มียศนายดาบทหาร (Warrant Officer) หรือนายทหารสัญญาบัตรพิเศษ ยศนี้ที่เมืองไทยเลิกใช้ไปนานแล้ว มีแต่เฉพาะายดาบตำรวจ เขาถือว่าเป็นนายทหารด้วยแม้ดูกึ่งๆระหว่างนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารชั้นประทวน บั้งบนบ่าดูจิ๋วๆกระมิดกระเมี้ยน  นายดาบนี่มาไต่เต้าจากจ่า และต้องไปเข้าโรงเรียนนายดาบอีกที

        พ่อเวย์นคนนี้หน้าหล่อเหลาหลาย เป็นลูกครึ่งอเมริกัน ญี่ปุ่น รูปร่างสูงสง่า ผึ่งผาย ยิ้มง่าย มิหนำซ้ำ มีน้ำใจสุดๆ คอยช่วยเหลือครูทำโน่นทำนี่

        ทว่าพ่อเจ้าประคุณขี้เกียจเรียนเหลือเกิน เพื่อนร่วมชั้นก้าวหน้าไปสุดกู่  ตัวเองยังไปไม่ถึงไหน แถมดูจะไม่เดือดร้อน คุณรัชนูเป็นครูที่ปรึกษาพยายามช่วยสอนพิเศษ แต่ดูจะเสียเวลา เพราะช่วงเวลาติว มาปากหวาน ชวนคุยให้เขว พอดีครูที่ปรึกษาคนนีมีลูกชายรุ่นไล่เลี่ยที่ไปเรียนต่างเมือง ต่างรัฐ แถมหน้าตาออกจะคล้ายๆกัน เพราะสามีครูเป็นคนอเมริกัน เคยเป็นนายทหารก่อนหย่าร้างแยกกัน พ่อเวรคนนี้เหมือนลูกแหง่ ครูเป็นราวกับแม่ที่อยู่หมัด จะดุว่าอะไรไม่ก็ไม่ออก ว่าอะไร พ่อหนุ่มไม่เคยฟัง ได้แต่ยิ้ม ออดอ้อนท่าเดียว

         พอถึงชั่วโมงเรียน หนุ่มเวรก็กุลีกุจอช่วยยกอุปกรณ์การสอนเดินตามหลังครูรัชนูต้อยๆส่งครูเข้าห้องเรียน ตัวเองควรเข้าเรียนด้วย กลับแอบหนีไปไหน  ไม่ทราบ พอหมดชั่วโมงก็จะมาปรากฎตัว ช่วยถือแฟ้ม ถืออุปกรณ์การสอนอะไรต่อมิอะไรให้ครู และส่งครูเข้าห้องพักเมื่อไรที่หิว ก็แวะไปที่โต๊ะคุณรัชนู เนื่องจากเธอมีขวดโหลใส่ลูกกวาดบ้าง ของขบเคี้ยวหรือหมากฝรั่งบ้าง ใครจะหยิบกินได้ตามชอบ
     
เมื่อคราวสอบจริงๆ หนุ่มตกร่วงอย่างไม่เป็นท่า แต่ดูๆไป พ่อหนุ่มดูไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร ครูสอนเสียอีก โดนด่าเสียเต็มที่ สอนยังไงกัน  นักเรียนเรียนมาเป็นปี ได้คะแนนน้อยกว่าให้ลิงทำข้อสอบเสียอีก สอบพูดสู้นกแก้วนกขุนทองไม่ได้

          เวรกรรม

ส่วน ดเวย์น อีกคนหนึ่งเป็นทหารเรือ นี่ก็หล่อเหลือใจเหมือนกัน  เป็นกะลาสีทหารเรือมักท่องไปกับเรือ แวะไปพัทยา เจอสาวไทยเลยชักชวนให้ไปอยู่และแต่งงานด้วย ตนเองมาเรียนภาษาไทย เรื่องน่าจะลงเอยด้วยดี ที่ไหนไหน พ่อหนุ่ม ดเวย์นคนนี้ เหมือนคนมีเวรจริงๆ
   
เวลานั่งเรียนแต่ละวัน ดูตาแดงเหมือนคนอดตาหลับขับตานอน  บางทีดูใจลอยๆ บ่อยครั้งนั่งกุมขมับเหมือนคนจมอยู่ในห้วงความทุกข์  บางที่นั่งใช้เครื่องคิดเลขกดโน่นกดนี่ อย่างไรก็ตาม เรื่องการเรียนไม่เลวเลย เสียงพูดเสียงจาออกชัดเจน แม้ดูเงียบขรึม ไม่ค่อยหัวเราะพูดเล่นเหมือนชาวบ้านเขา
    
พวกครูชักจะห่วงๆ สืบไปสืบมาได้ความว่า พ่อหนุ่มเลือดทหารเรือปักหลักอยู่ที่เรือแพ จอดอยู่ในอ่าวมอนทเรย์ แน่นอน พ่อหนุ่มนี่ความคิดความฝันคือ เรือนแพ สุขจริงอิงกระแสธารา . . . ท้องฟ้าสีคราม น้ำสีฟ้าอมเขียว อากาศสดใส ทิวทัศน์ตื่นตา สงบเงียบ ช้าๆขึ้นมาได้ยินเสียงแมวน้ำ  สิงโตน้ำเห่าปลุก แถมมีคู่มาอยู่เคียง นี่แหละสวรรค์น้อยๆล่ะ
    
แต่เวรกรรมจริงๆ สาวไทยนี่ดันเกลียดสุดระอาที่จะทนชีวิตอย่างนี้ คนเคยอยู่สนุกๆ ไปโน่นมานี่ กลับมาถูกเหมือนปล่อยเกาะปล่อยแพเป็นกากีหรือไร อยู่ในเรือจอดในอ่าว พอเช้า พ่อเจ้าประคุณ นั่งเรือยางออกไปจอดที่ท่า แล้วต้องเดินขึ้นเนินออกกำลังในตัวไปเรียน ปล่อยให้ตรูจับเจ่าอยู่เดียวดาย คิดผิดเหรือเปล่าหว่าที่มาลงเอยกับหมอนี่
     
นางคงสำแดงฤทธิ์ให้แหละ เพราะผู้ผัว ดเวย์นต้องหาซื้อรถเล็กๆเก่าคันหนึ่งจอดไว้ที่ท่า ทีนี้ ตอนเช้า พ่อหนุ่มนั่งเรือยางตุก ตุก ออกมาด้วยกัน แล้วขึ้นรถเก่า ให้เมียขับรถมาส่งเรียนหนังสือ แล้วให้เมียไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ตามใจ  ตอนเย็น กลับมารับ บางวันไม่รู้ว่าเกิดอะไรเมียแผลงฤทธิ ไม่ยอมมารับกลับเรือเสียเฉย ปล่อยให้ผัวนอนรอค้างที่สวนสาธารณะ

หนึ่งปีผ่านไป พ่อหนุ่ม ดเวย์น สอบได้ ลการสอบทุกทักษะเป็นที่น่าพอใจทีเดียว  แต่ดเวย์นก็ยังเป็นคนอมทุกข์ หน้าย่น ไม่เปลี่ยนแปลง          
    
หลังรับประกาศนียบัตร ดเวย์น บอกวจะนั่งเรือน้อยกลับไปประจำทางใต้ต่อ ฝันว่า สักวันหาเรือใบขนาด 37 ฟุตสักลำจอดที่ท่า และจะว่ายน้ำไปทำงาน
     
ไม่ถึงปีต่อมา ครูทราบว่า เวย์และเมียเลิกร้างแยกทางกันเสียแล้ว

        จะว่าเป็นเวรเป็นกรรมก็กระไรอยู่

        คนต่างจิตต่างใจ ชอบคนละทำนอง ร้องกันคนละเพลง

        ขณะสาวไทยร้องเพลงแสนสุขสมนั่งชมวิหค 
ฝันอยากเป็นนกเหลือเกิน จะได้มีปีกเริงร่าลอยลม 

ในเมื่อคนที่หมายมั่นปันรักเพื่อร่วมชีวิตเมิน ความฝันจึงเป็นของหนุ่มดเวย์นคนเดียวเท่านั้น จึงได้แต่ครวญเพลง เรือนแพ

". . . วิมานน้อย ลอยริมฝั่ง จึงอ้างว้างหัวใจรำพัน . . . " 
 

                                                👥👥👥

No comments: