7. เรื่องของตัวสะกด
เวลานักเรียนฝรั่งเรียนภาษาไทย นอกจากจะมีปัญหาเรื่องการออกเสียงสูงเสียงเสียงต่ำ เสียงสระและพยัญชนะบางตัวแล้ว อีกเรื่องที่นักเรียนบ่นกันนักหนาคือ ตัวสะกด
ทำไมภาษาไทยมันสะกดยากยังงี้ คงจะสุขใจที่ทรมานนักเรียนต่างภาษาล่ะสิ?
เจ้าตัว ท. ดูสะท้อนเมืองไทย คือ มีแค่ ท.ทหารก็พอแล้ว ไม่ต้องมี ฒ. ธ. ฑ. ให้รกหูรกตา
ส. นี่เหมือนกัน เอาแค่ เสือ หรือ ทหารเสือคงพอ ไม่ต้องมี ศ. ศาล หรือ ษ. ภาษีให้ยุ่งยาก
แถมบางครั้ง พอเขียน อ้าว ใส่การันต์ฆ่าซะ ไม่ให้ออกเสียงเสียดื้อๆ ไม่ออกเสียงแล้วใส่ไปทำไมให้เสียเวลา เสียเส้นคนเรียน
บางเรื่องที่พออธิบายได้อย่างสั้นก็อธิบายไป
เรื่องประวัติภาษาไทยนี้ดีอย่าง จะยืมชาวบ้านก็ต้องบ่งว่า ยืมเขา ทั้งๆที่คำว่า ยืมนี้แสดงว่าต้องคืน แต่การยืมคำมานี่เหมือน ขโมย ดีๆนี่เอง เลยต้องเปลี่ยนอย่างแผ่วเรียกอย่างสุภาพว่า รับมา เข้าทำนองอะไรที่ดีงาม ขอรับส่วนบุญ หรือจะว่าให่้สวยหรูตามที่กล่าวๆกันมาว่า "การเลียนแบบ แสดงถึงการสรรเสริญเยินยอด้วยน้ำใสใจจริง" หรือ "Imitation is the sincerest form of flattery"
ประวัติคำหรือภาษามีที่มาที่ไปเหมือนคนนั่นแหละ ส่วนเรื่องสะกดนั้น เปลี่ยนยากเพราะความเคยชิน และความหมายที่ติดอยู่
ภาษาอังกฤษ เป็นตัวอย่างใช้เปรียบเทียบให้เห็นได้อย่างดีที่สุด
ทีคำ knight ที่แปลว่า อัศวิน ไหงไปใส่ตัว เค. ไว้ข้างหน้า และคำว่า night ที่แปลว่า กลางคืน ทำไมต้องมีตัว จี. ตัว เอช. ด้วย แล้วทำไมคำว่า soldier ที่แปลว่า ทหาร ทำไมไม่สะกดให้ตรงกับคำอ่านจริงๆ
ฉันใดฉันนั้น
ที่จริงแกล้งย้อนไปยังงั้นแหละ ทุกคำที่ยกมานี่ มีคำอธิบายตามประวัติภาษาทั้งนั้น
ไปๆมาๆ ครูขอตกคูดีฝ่า สรุปเอาง่ายๆ คือ ต้องยอมรับ มันเป็นของมันยังงี้ นักเรียนมาเรียนภาษาเพื่อพูด อ่าน เขียน ไม่ใช่เรียนประวัติภาษาเพื่อสนองความอยากรู้
ส่วนใหญ่ยอมรับกันดี บางคนแนะนำต่อว่าให้กษัตริย์หรืออผู้นำเข้มแข็งของเมืองไทย เจ้าแห่งการรัฐประหาร น่าจะออกคำสั่งให้ภาษาไทยใช้วิธีสะกดง่ายๆหน่อย จะได้เป็นตัวอย่างของความพอเพียง
ครูเลยต้องยกเรื่องจริงขึ้นมาอ้าง
เคยมีผู้นำไทยที่ทั้งเป็นกษัตริย์และจอมพล เคยออกคำสั่งให้เปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวสะกด หรือ คำที่ใช้
เลยมีการทำตามพอกล้อมแกล้มแถมแอบการะทบกระเทียบใส่พอหอมปากเหม็นคอ ทว่า ปลี่ยนผู้นำปั๊บ ตัวสะกดก็เปลี่ยนกลับทันทีเช่นกระดี่ได้น้ำ
เรื่องเปลี่ยนตัวสะกด ไม่ได้เหมือนเปลี่ยนรัฐบาลไทยหรือเปลี่ยนเมียนี่ เปลี่ยนได้ง่ายๆเสียเมื่อไร? นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ผู้สั่งจะถูกกระแนะกระแหนไม่หยุดไม่หย่อน
เรื่องตัวสะกดนี่ ไพร่ฟ้าประชาชนเป็นใหญ่เสมอ
โดยทั่วไป คนต่างชาติที่เรียนๆภาษาไทยกัน มักจะเน้นการพูด ผู้ที่เอาจริงเรียนเรื่องการอ่าน การเขียน ต้องใช้ความพยายามกันเป็นพิเศษ เรื่องตัวสะกดภาษาไทยนี่ น่าเห็นใจอยู่ แต่ต้องคอยปลอบ นี่นับว่าโชคดีนะ สะกดอย่างไรก็อย่างนั้น ไม่ต้องคอยเปลี่ยนไปตามเพศ พจน์ กาล การก อะไรให้รุงรัง
ถึงกระนั้น นักเรียนมักเผลอบ่อยๆ แม้แต่ชื่อตัวเอง
เช่น อุตส่าห์ ชื่อไพเราะว่า เมขลา แต่กลับเขียน เป็นเมขาลา
ชื่อเล่นว่า ช้าง ก็เขียนเป็น ช่าง
อีกคนที่ชอบเปลี่ยนบ่อยๆคือยอดชายนาย จระเข้ รายนี้ เรื่องตัวสะกดไม่ค่อยแม่น หรือที่พูดกันว่า ไม่แข็งแรง ตามภาษาทิงลิช (ไทย + อังกฤษ) เวลาสะกดแต่ละครั้ง เห็นมาแปลกๆ ไม่ซ้ำกัน จาระเข จาเรเค จรคัย จาวรเคย ครั้งล่าสุด สะกดว่า จารเคย ครูเลยรีบสะกดให้ดูใหม่ ก่อนที่ภาษาจะถูกทำลายไปมากกว่านี้
เรื่องสระเสียงสั้น เสียงยาว เป็นอีกเรื่องที่นักเรียนงงกันมาก เพราะ ครูสอนๆกันไปว่า สระไทยมีเสียงสั้นเสียงยาว
เคยมีนักเรียนช่างสังเกต แย้งว่า ไม่จริง ภาษาไทยนี่ มีสระเสียงสั้น เสียงยาว และเสียง ย้าวยาว ว่าแล้ว นักเรียนก็ยกตัวอย่างให้ฟัง
“มีสระเสียงสั้น อย่าง เช่น อะ อิ อุ เอะ โอะ ฯลฯ มีบางทีมีเสียงยาวและย้าวยาวเช่น เขา-ขาว และ ไข-ขาย”
แถมเวลาออกเสียงเป็นประโยค แยกไม่ค่อยจะออกเลย บทฟังที่ได้ยิน เขาหรือขาว เข่าหรือข่าว เข้าหรือข้าว กันแน่ เขียนว่า น้ำ ไหง ออกเสียงว่า น้าม
อืมม์ . . . จริงแฮะ แม้เรื่องนี้มีคำอธิบายตามหลักภาษาศาสตร์ แต่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาสาธยาย เพราะที่สถาบันแห่งนี้ เน้นเรื่องเรียนภาษาเพื่อใช้งาน ไม่ต้องเข้าใจอะไรให้ลึกซึ้ง หรือปวดหัวเล่น
พอให้ลองถอดเสียงจากภาษาอังกฤษเขียนเป็นภาษาไทย ตัวสะกดจึงออกมาดูไม่ค่อยจะคุ้นสายตาครูซึ่งเคยชินกับการเขียนที่เป็นมาตรฐานไปแล้ว อย่างเช่นชื่อรัฐเป็นภาษาไทย ทีเคยเห็นว่า ฮาวาย นักเรียนจะเขียนเป็น หะไวอิ แคลิฟอร์เนีย เป็น แขะลิโฟอร์นีอา โอไฮโอ เป็น โอะไหโอะ และ โคโลราโด เป็นโขะโละระโดะ แทน โคโลราโด อะไรทำนองนั้น จะว่าไป พอออกเสียงจริงๆตามที่สะกดมา . . . เจ๋ง เพราะใกล้เคียงการออกเสียงตามเจ้าของภาษา นี่แสดงว่า นักเรียนเริ่มเขียนเป็นกันแล้ว เลยถือว่า ตราบใด ที่สะกดเข้าเค้า อ่านออกพอเข้าใจ และไม่เปลี่ยนความหมายมาก นับว่าสุดยอดแล้ว เรื่อง อื่นๆค่อยๆบอกหรือแก้กันไป
ทีนี้พอมาเรียนใส่รูปวรรณยุกต์ มีไม้เอก ไม้โท ไม้ตรี ไม้จัตวา ชักจะยุ่งแล้วล่ะซี สงสัยต้องจำเป็นคำๆไปแล้ว เรื่องใส่รูปอะไร กับคำไหน ต้องใช้กฎเดา เจ้าไม้ตรี ไม้จัตวานี้ มาทีหลัง ไม่ได้เป็นเสียงจริงจังหรือเป็นตัวสำคัญเท่าไรนัก หากจะให้ใส่ไม้อะไรให้ถูกเสียง หลับหูหลับตาใส่ไม่ไม้เอกหรือไม้โทไว้ก่อน ถูกเสียแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
นักเรียนชั้นหนึ่ง ฟ้าหรือดินบันดาลหรือยังไงไม่ทราบ มีนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษที่ตรงกับคำว่าสี เสียสามสี คือสีเขียว สีขาวและสีเทา หรือ กรีน ไวท์ และ เกรย์
นักเรียนชั้นนี้ เรียนเรื่องอักษรสามหมู่ ประสมสระเสียงสั้น เสียงยาว ผ่านไปสี่ห้าอาทิตย์แล้ว และเพิ่งเรียนรูปและเสียงวรรณยุกต์จบไปหยกๆ ต่างเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาไทยอย่างดิบดีดังที่เห็นได้จากการบ้านส่งครู ตอนนี้เริ่มสนุกกับการลองของ ลองเขียนนามสกุลของตนเป็นภาษาไทย แถมแปลคว่ามหมายมาให้อย่างเสร็จศัพท์ ประรูปวรรณยุกต์กันยกใหญ่ ครูบอกเองนี่นะ หากจะเดา ให้ประไม้เอก หรือไม้โทไว้ก่อน
กรีน เลยเขียนออกมาเป็น ซี้เขียว
ไวท์ เขียนเป็น สี่เขา
และ เกรย์ เขียนเป็น สี่เท้า
น่าสนุก นักเรียนห้องนี้ มีทั้งสี่เขา สี่เท้า
อันที่จริง เรื่องเนื้อหาบทเรียนภาษาไทยนี้ นักเรียนเรียนรู้หมดเรื่องระบบการเขียน การอ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอักษรสามหมู่ ตัวไหนเป็นอักษรสูง กลาง ต่ำ ตัวพยัญชนะตัวไหนแทนเสียงอะไร ทั้งตัวนำ ตัวสะกดหรือควบกล้ำ หรือ สระสั้น สระยาวตัวไหน คำเป็น คำตาย รวมทั้ง เสียงอะไรที่ต้องลดรูป เปลี่ยนรูป มี อ. นำ หรือ ห. นำต้องออกเสียงยังไง
นอกจากนั้น นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องการใช้สรรพนามต่างๆ คนไทยมักจะใช้คำนับญาติมาเป็นสรรพนามใช้เรียกหรือพูดถึง หากเริ่มคุ้นเคยแต่ไม่มีชื่อเล่นให้เรียก ไม่ต้องเรียกชื่อเต็มก็ได้ เพียงตัดชื่อพยางค์เดียวใช้เป็นชื่อเล่นอย่างที่คนไทยชอบเรียกกัน
เช่น คุณรัชนู อาจเรียกว่าคุณ “นู” แทน
ครูประจำชั้นเป็นครูที่สอนชั่วโมงแรก และชั่วโมงสุดท้ายของวัน หรือไม่ก็สอนชั้นนั้นมากกว่าครูคนอื่น และเป็นผู้ดูแลติดตามผลการเรียนทุกข์สุขของนักเรียนอย่างใกล้ชิด
ไม่ทราบว่านักเรียนชั้นคุณรัชนูอยากแสดงความสามารถหรือเบื่อคำทักทายซ้ำๆทุกวัน เลยจัดการเขียนบนกระดานแทน แต่ เอ. . . จะใช้คำสรรพนามเรียกคุณนูอะไรดีหนอ? ใช้ป้า ใช้น้า ดูกระไรอยู่ เลือก “พี่ ” ดีกว่า
บนกระดานชั้นคุณรัชนูจึงมีคำทักทายครูประจำชั้นที่นักเรียนบรรจงเขียนไว้
เมื่อตอนที่นักเรียนชั้นของครูรัชนูใกล้จะเรียนจบ มีพรายมากระซิบว่าวันศุกร์ที่จะถึงนั้นเป็นวันคล้ายวันเกิดของครู จะครบกี่ปี ไม่ต้องไปสนใจ เรื่องสำคัญ นักเรียนจะได้เบรคเรื่องเรียนหน่อย ถึงเย็นวันศุกร์ ทีไร หมดแรงทุกที ไหนๆก็เรียนมาเต็มวัน อาทิตย์ละห้าวัน ต้องหาเรื่องสนุกๆทำ เท่าที่แล้วๆมา ครูรัชนีเป็นครูที่เอาใจใส่ดูแลนักเรียนเหมือนลูก ถึงวันเกิดใครที นักเรียนได้กินเค้กทุกที คราวนี้ ถึงตานักเรียนที่จะได้เซอร์ไพรซ์ครูประจำชั้นให้หวีดว้ายเล่นบ้าง
พอได้ฤกษ์ หัวหน้านักเรียนจึงมาเชิญครูรัชนูไปที่ชั้นเรียนเพื่อร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ เป่าเค้ก
ที่กระดานนั้น นักเรียนอุตส่าห์บรรจงเขียนคำอวยพรวันเกิดเป็นภาษาไทย
แล้วจะไม่ให้พี่ผีหนูซาบซึ้งใจได้อย่างไร



No comments:
Post a Comment